ภาวะปัสสาวะเล็ด ในคุณผู้หญิง

(Urinary Incontinence in women)

 

ความเป็นจริง…เกี่ยวกับ ภาวะปัสสาวะเล็ด ในคุณผู้หญิง

ภาวะปัสสาวะเล็ด

ภาวะปัสสาวะเล็ด

เมื่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งเส้นเอ็นที่พยุงอวัยวะ ในอุ้งเชิงกราน ของผู้หญิงอ่อนแอลง ทำให้อวัยวะในอุ้งเชิงกราน เกิดการเคลื่อนตัวลงจากตำแหน่งปกติ หรือที่เรียกว่าเกิด ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน สามารถทำให้เกิด ภาวะปัสสาวะเล็ดในคุณผู้หญิง และคุณอาจจะต้องอาศัย การผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว

มีผู้หญิงหลายล้านคนบนโลกใบนี้ ต้องเผชิญกับ อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปัสสาวะเล็ด เวลามีการไอ, จาม, หัวเราะ, ออกกำลังกาย หรือยกของหนัก ร่วมกับอาการปัสสาวะราด แบบไม่รู้ตัว ที่ซึ่งปกติแล้วจะสัมพันธ์กับคนอายุมาก แต่ก็สามารถพบได้ ในผู้หญิงอายุน้อย ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ว่า ภาวะปัสสาวะเล็ด นี้สามารถรักษาได้ มีการรักษาอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งสามารถช่วยให้ คุณควบคุมอาการได้ การดูแล และการรักษาทางการแพทย์ อย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณ  สามารถ ใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ถ้าภาวะปัสสาวะเล็ดราด มีผลกับการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันของคุณผู้หญิง อย่ารีรอที่จะพบแพทย์ การรักษาทางการแพทย์ จะช่วยให้คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หรือหยุดปัญหาเนื่องจากภาวะปัสสาวะเล็ดราดได้

เกี่ยวกับ ภาวะปัสสาวะเล็ด ในคุณผู้หญิง

การทำงานของกระเพาะปัสสาวะ

  • bullet_tickเมื่อร่างกายมีการสร้างน้ำปัสสาวะที่ไตทั้ง 2 ข้างเกิดขึ้น ปัสสาวะก็จะไหลผ่านท่อไต มาเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อมีปริมาณน้ำปัสสาวะที่เก็บกักไว้มากระดับหนึ่ง คุณจะเริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะ และเมื่อความรู้สึกนี้เพิ่มขึ้น จนถึงระดับที่มากระดับหนึ่ง สมองจะส่งสัญญาณ มาสั่งกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะให้หดตัว พร้อมๆกับสั่งหูรูดท่อปัสสาวะให้คลายตัว เพื่อให้น้ำปัสสาวะไหลออกมา ผ่านทางท่อปัสสาวะ และออกมาภายนอกร่างกาย
  • bullet_tickโดยปกติร่างกายของคนปกติทั่วไป ต้องมีการขับถ่ายปัสสาวะประมาณ  4-7 ครั้ง ในตอนกลางวัน และ 1-2 ครั้ง ในตอนกลางคืน
  • bullet_tick ท่อปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะ จะได้รับการพยุงไม่ให้หย่อนตัว โดยกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งหูรูดท่อปัสสาวะ จะสามารถหดตัวปิดได้ ต้องอาศัยการพยุงที่แข็งแรง จากกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อผนังช่องคลอดด้านหน้า เพื่อช่วยพยุงท่อปัสสาวะ และป้องกันปัสสาวะไม่ให้ไหลออกมา ขณะไอ, จาม และออกกำลังกาย

ภาวะปัสสาวะเล็ด ในรูปแบบต่างๆ

1) ปัสสาวะเล็ด จากการมีแรงดันเพิ่มในช่องท้อง

  • bullet_tickคือ การที่ปัสสาวะไหลออกมา โดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้มีแรงดันเพิ่มขึ้นในช่องท้อง หรือแรงกดที่กระเพาะปัสสาวะ เช่น ขณะที่จาม, หัวเราะ, ไอ, ยกวัตถุหนักๆ หรือจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย ในระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ
  • bullet_tickสตรีอย่างน้อยร้อยละ 10-20 มีอาการปัสสาวะเล็ด ขณะทำกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากการมีแรงดันเพิ่มในช่องท้อง และส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า ภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการผ่าตัดที่ง่ายและมีประสิทธิภาพดี
  • bullet_tickอาการปัสสาวะเล็ดแบบนี้ ปกติแล้วจะพบได้ในสตรีทุกกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่แล้วมีสาเหตุมาจาก ภาวะอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ ซึ่งเป็นผลมาจากการมีบุตรหลายคน, ภาวะไอเรื้อรัง, คนอ้วน หรือภาวะหมดประจำเดือน

2) ปัสสาวะเล็ด แบบกลั้นไม่อยู่

  • bullet_tickหรือที่เรียกว่า ภาวะปัสสาวะราด คือ ภาวะที่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ทำให้ไปห้องน้ำไม่ทัน มีปัสสาวะราด อาการนี้เกิดจากกระเพาะปัสสาวะบีบตัวเร็วมากเกินไป

 3) ปัสสาวะเล็ด แบบผสม

  • bullet_tickผู้หญิงบางคนอาจจะประสบกับ อาการรวมทั้งสองแบบข้างต้น ( Mixed Urinary Incontinence)

4) ปัสสาวะเล็ด เนื่องจากปัสสาวะค้างมากเกินไป

  • bullet_tickผู้หญิงกลุ่มนี้จะประสบกับ อาการปัสสาวะไหลโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากน้ำปัสสาวะล้นกระเพาะปัสสาวะ โดยไม่มีความรู้สึกปวดปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากระบบประสาท ที่ควบคุมการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะไม่ทํางาน

 

ภาวะปัสสาวะเล็ด

ภาวะปัสสาวะเล็ด

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง
ท่อปัสสาวะได้รับการพยุงเป็นอย่างดีจึงไม่ทำให้ ปัสสาวะเล็ด 

 

ภาวะปัสสาวะเล็ด

ภาวะปัสสาวะเล็ด

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอ
พยุงท่อปัสสาวะไม่ได้ จึงทำให้มีปัสสาวะเล็ด

 

การวินิจฉัย ภาวะปัสสาวะเล็ด ต้องอาศัยสิ่งต่อไปนี้

  • bullet_tickการซักประวัติ และตรวจร่างกาย (History and Physical Examination) โดยละเอียด
  • bullet_tickการตรวจเลือด และการตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจค้นเกี่ยวกับ ความผิดปกติบางอย่างทางห้องปฏิบัติการ
  • bullet_tickการตรวจสอบการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยการวัดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ (Residual Urine) และโดยการวัดความสามารถ ในการพยุงท่อปัสสาวะของกล้ามเนื้อในช่องคลอด (Cotton swab test)
  • bullet_tickการตรวจสอบการเคลื่อนตัวของปัสสาวะ (Urodynamic studies) เป็นการตรวจสอบการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้เวลา 40 ถึง 60 นาที และไม่มีอาการเจ็บปวด
  • bullet_tickการส่องกล้องเข้าทางท่อปัสสาวะ (Urethrocystoscopy) อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะด้านใน
  • bullet_tickการตรวจสอบโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) กับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ และระบบทางเดินปัสสาวะ

กล่าวโดยสรุปคือ แพทย์สามารถให้การวินิจฉัย ภาวะปัสสาวะเล็ด ได้จากการสอบถามอาการผิดปกติ ร่วมกับการตรวจภายใน และการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ โดยแพทย์จะอาศัยผลลัพธ์ที่ได้ แล้วทำการประเมินระดับความรุนแรงของภาวะนี้ เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

ข้าพเจ้ารู้ได้อย่างไรว่า ข้าพเจ้ามีภาวะปัสสาวะเล็ด ?

เพื่อเป็นตัวกำหนดว่า คุณอาจจะกำลังมีปัญหาอยู่กับการกลั้นปัสสาวะไม่ได้  โปรดถามคำถามเหล่านี้กับตัวของคุณ

  • bullet_tickคุณมีปัสสาวะไหล อยู่ตลอดเวลา หรือไม่ ?
  • bullet_tickปัสสาวะของคุณไหล โดยไม่คาดคิด ใช่ไหม ?
  • bullet_tickคุณมีปัญหาเวลากลั้นปัสสาวะ  ซึ่งทำให้คุณต้องรีบไปเข้าห้องน้ำ ใช่ไหม ?
  • bullet_tickอาการปัสสาวะเล็ด ทำให้คุณเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ ใช่ไหม ?
  • bullet_tickปัจจุบันคุณกำลังสวมแผ่น หรือแผ่นซับใน เพื่อป้องกันการรั่วซึม ใช่หรือไม่ ?
  • bullet_tickคุณมีปัสสาวะเล็ดระหว่างการไอ, จาม, หัวเราะ, ย่อตัว, ออกกำลังกาย หรือยกของหนัก ?
  • bullet_tickเมื่อคุณวางแผนการเดินทาง หรือออกไปข้างนอก คุณตัดสินใจที่จะไปในที่ ที่มีห้องน้ำด้วย ใช่ไหม ?

ถ้าคุณตอบว่า “ใช่” ในคำถามต่างๆ เหล่านี้ ขั้นต่อไปของคุณ ต้องปรึกษากับคุณหมอ หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านการดูแลสุขภาพ

 

ภาวะปัสสาวะเล็ด

ภาวะปัสสาวะเล็ด

 

การรักษา ภาวะปัสสาวะเล็ด การรักษาสามารถสรุปได้ตามกลุ่มอาการคือ

1) การรักษา ภาวะปัสสาวะเล็ด จากการมีแรงดันเพิ่มในช่องท้องย

  • bullet_tickการรักษาเชิงพฤติกรรม ได้แก่การฝึกกล้ามเนื้อเชิงกราน หรือการขมิบช่องคลอด เป็นการฝึกขมิบกล้ามเนื้อที่หุ้มรอบและทำหน้าที่ประคองท่อปัสสาวะ โดยผู้ป่วยจะต้องฝึกขมิบให้กล้ามเนื้อนี้แข็งแรง ซึ่งจะต้องทำการฝึกไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงจะได้ผล และผลที่ได้มีขีดจำกัด
  • bullet_tickการผ่าตัด เนื่องจากภาวะปัสสาวะเล็ดชนิดนี้ มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสตรีในหลายๆ ด้าน อาจเป็นอุปสรรคในการเข้าสังคม ตลอดจนจำกัดการทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ ในปัจจุบันมีการพัฒนาการผ่าตัดรักษา ภาวะปัสสาวะเล็ด เพื่อให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น อัตราความสำเร็จสูง และภาวะแทรกซ้อนตํ่า ได้แก่ การผ่าตัดโดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ TVT-O หรือ การผ่าตัดโดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ MiniArc
  • bullet_tickการใช้อุปกรณ์รองซับ โดยการออกแบบมาเป็นผ้ารองซับ หรือกางเกง แล้วแต่ผู้ป่วยแต่ละราย มักจะเลือกใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอายุมาก ไม่สามารถใช้การรักษาอื่นๆได้ หรือมีข้อห้ามในการผ่าตัดเป็นต้น

2) การรักษาปัสสาวะเล็ด แบบกลั้นไม่อยู่

การรักษากลุ่มอาการปัสสาวะเล็ดหรือปัสสาวะราด เมื่อมีการปวดปัสสาวะ ซึ่งผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาท กับผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะไวกว่าปกติเป็นผู้ป่วยหลักในกลุ่มนี้ การรักษาประกอบด้วย

  • bullet_tickพฤติกรรมบำบัด โดยการปรับสภาพของน้ำดื่ม เช่นลดปริมาณการดื่ม หรือดื่มตามเวลา และพยายามควบคุมการถ่ายปัสสาวะเป็นเวลา แต่การรักษานี้มักจะได้ผลกับผู้ที่มีอาการไม่มากนัก แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องทำความเข้าใจว่า คนเราสามารถกลั้นปัสสาวะได้บ้าง หลายคนเข้าใจว่าไม่สามารถกลั้นได้เลย เมื่อมีอาการปวดปัสสาวะจะต้องรีบไปเข้าห้องน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถกลั้นปัสสาวะทีละ 10 นาที 15 นาที จนถึง 30 นาทีได้ โดยไม่เป็นอันตราย และจะทำให้จำนวนครั้งของการถ่ายปัสสาวะห่างออกไป อย่างไรก็ดีวิธีการรักษานี้ เราสามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่น เช่นการใช้ยา ซึ่งทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • bullet_tickการใช้ยา ถือเป็นการรักษาที่ได้ผลดี ในกลุ่มอาการที่มีการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือมีอาการของกระเพาะปัสสาวะที่มีการบีบตัวไวกว่าปกติ ยาที่มีประสิทธิภาพในการักษาความผิดปกตินี้ในปัจจุบันมีหลายชนิด กลไกการออกฤทธิ์ของยา จะทำให้ลดอาการปัสสาวะบ่อย ลดอาการของการมีปัสสาวะเล็ดราด ทำให้กระเพาะปัสสาวะสามารถเก็บปัสสาวะได้มากขึ้น ยาเหล่านี้อยู่ในรูปของยารับประทานเป็นส่วนมาก และสามารถรับประทานได้ง่าย 
  • bullet_tickการใส่ยาเข้ากระเพาะปัสสาวะ ในกรณีที่ไม่สามารถใช้ยารับประทานได้ หรือไม่ได้ผล การใส่ยาเข้ากระเพาะปัสสาวะ อาจจะช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะได้ แต่ไม่ได้เป็นการถาวร จำเป็นต้องทำซ้ำ 
  • bullet_tickการผ่าตัดขยายกระเพาะปัสสาวะ เป็นการรักษาที่ถือได้ว่ามีที่ใช้ไม่มากนัก โดยจะเลือกใช้ เมื่อไม่สามารถใช้วิธีการใดๆ ได้แล้ว และมีข้อเสียคือหลังจากผ่าตัดแล้ว ผู้เข้ารับการผ่าตัดบางคน ไม่สามารถถ่ายปัสสาวะได้เอง จะต้องใช้การสวนปัสสาวะที้งเป็นเวลา
  • bullet_tickการปรับสมดุลระบบประสาท เป็นวิธีการที่เราจะฝังอุปกรณ์อีเลคโทรนิคส์เข้าสู่ร่างกาย เพื่อควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือมีราคาแพง และไม่ได้ผล 100 %

3) ปัสสาวะเล็ดราด เนื่องจากปัสสาวะค้างมากเกินไป

  • bullet_tickการรักษาผู้มีปัสสาวะไหลราด จากการมีปัสสาวะตกค้าง การรักษามีจุดมุ่งหมาย เพื่อรักษาสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการ แต่มีบางสาเหตุที่ไม่สามารถรักษาต้นเหตุได้ การรักษาจึงมุ่งไปที่การระบายปัสสาวะออกให้หมด โดยอาจจะใช้การสวนปัสสาวะ และคาสายปัสสาวะติดไว้ แล้วเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะเป็นเวลา หรือในปัจจุบันเราะแนะนำให้ใช้การสวนปัสสาวะเป็นเวลา โดยผู้ป่วยอาจจะทำได้เอง หรือให้ผู้ดูแลทำให้ สอดสายสวนปัสสาวะระบายปัสสาวะตามเวลา
ภาวะปัสสาวะเล็ด เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ซึ่งคุณผู้หญิงที่ประสบปัญหา ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และเข้ารับการรักษา ซึ่งจะช่วยให้คุณกลับมากลั้นปัสสาวะได้ หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ดังนั้นคุณผู้หญิงที่มีอาการดังกล่าว ไม่ควรละเลย เพราะมีการรักษาหลายวิธี ทำให้คุณกลับไปมีความมั่นใจในตัวเองและมีความสูขเหมือนเดิม