ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง การ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง คือ วิธีการผ่าตัดแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน “อย่างรุนแรง” โดยหวังผลการผ่าตัด เพื่อนำเนื้อเยื่อและอวัยวะในอุ้งเชิงกรานที่หย่อนยานให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม โดยการผ่าตัดแทนที่ผนังช่องคลอดและเนื้อเยื่อรอบช่องคลอด ด้วยแผ่นพยุงที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังช่องคลอดขึ้นมาใหม่

ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ในการผ่าตัดชนิดนี้ ซึ่งส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำ และเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเลเซอร์สามารถควบคุมความความลึกของแผลผ่าตัดได้ ทําให้ช่วยลดการเสียเลือด รวมทั้งช่วยลดการทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลผ่าตัด และเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านล่างของแผลผ่าตัด ทําให้ส่งผลดีต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด ทำให้การทำผ่าตัดด้วยเลเซอร์ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับการทำผ่าตัดโดยใช้ใบมีดแบบดั้งเดิม

1) ข้อควรทราบและการเตรียมตัว ก่อนการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง 

  • เป็นการผ่าตัดโดยการใช้แผ่นพยุง เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อของผนังช่องคลอดที่หย่อนยาน ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอด ซึ่งจะช่วยให้อาการที่เกิดจาก ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนชนิดรุนแรง ที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะและภาวะลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรงหย่อนให้ดีขึ้น 
  • การศึกษาต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าแผ่นพยุงมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ถ้านำมาใช้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้คุณต้องทำการประเมินและปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนว่า การผ่าตัดนี้ มีประโยชน์ต่อคุณจริงๆหรือไม่
  • GYNECARE GYNEMESH ® PS  เป็นวัสดุสังเคราะห์ ที่สามารถละลายได้บางส่วน แผ่นพยุงตาข่ายจะเป็นตัวเชื่อม สำหรับการผ่าตัดแก้ไขข้อบกพร่องของเนื้อเยื่อ จึงมีการนำมาใช้ในการผ่าตัด แก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน อย่างรุนแรง” (POP-Q ระดับ 3 ถึง 4)

แผ่นพยุง gynecare mesh ใช้ในการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

แผ่นพยุง gynecare mesh-
ที่ใช้ในการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

 

  • วัตถุประสงค์ของการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนในระยะยาว โดยหวังผลเพื่อป้องกันการกลับเป็นซํ้าอีกหลังการผ่าตัด 
  • ที่ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศูนย์จุดซ่อนเร้น) ของเรา ไม่แนะนําให้ทําการผ่าตัด ในผู้ป่วยในวัยเจริญพันธ์ที่ยังมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีโอกาสเกิดแผ่นพยุงยื่น หรือโผล่ออกมาที่ช่องคลอดสูง จะพิจารณาทําผ่าตัดเฉพาะผู้ป่วยอายุมาก และไม่มีเพศสัมพันธ์แล้ว
  • ในการตัดสินใจทําการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องพิจารณาอย่างละเอียด เปรียบเทียบผลดีและผลเสียที่จะได้รับหากไม่ทำการผ่าตัด และต้องแน่ใจว่าเข้าใจในวัตถุประสงค์ในการผ่าตัด รวมทั้งต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดโดยละเอียด โปรดถามในข้อสงสัยต่าง ๆ ที่ยังไม่เข้าใจ ก่อนการตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด
  • ในช่วงของการปรึกษาผู้ป่วยจะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา ผู้ป่วยจะได้รับการซักประวัติและตรวจภายใน กรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ในช่องคลอด เช่น เชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย ควรรักษาภาวะติดเชื้อในช่องคลอดให้หายก่อนทำการผ่าตัด
  • หลังการตรวจภายใน ผู้ป่วยจะได้รับการอธิบาย เกี่ยวกับพยาธิสภาพความหย่อนยานของช่องคลอดก่อนการผ่าตัด, ข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัด, การให้ยาระงับความรู้สึกขณะทำการผ่าตัด, ประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการทำผ่าตัด, ทางเลือกในการรักษา, ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัด และรายละเอียดเกี่ยวกับการพักฟื้นหลังการผ่าตัด รวมทั้งจะมีการแจ้ง ราคาค่าใช้จ่าย ก่อนการตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด
  • เมื่อพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด โปรดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนัดวันผ่าตัด การผ่าตัดนี้ทำผ่าตัดโดยการดมยาสลบ ผู้ป่วยต้องงดน้ำและอาหาร ก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักเศษอาหาร ในระหว่างหรือหลังจากการทำผ่าตัด

การผ่าตัดนี้มีข้อจำกัด และมีความเสี่ยง ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์และความพึงพอใจได้ทั้งหมด

  • ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของผู้เข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ กรณีมีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนร่วมกับมีมดลูกหย่อนด้วย อาจจำเป็นต้องทำผ่าตัดมดลูกออกทางช่องคลอดร่วมด้วย  และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวด้วย เพราะโรคประจำตัวบางชนิด ส่งผลต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลผ่าตัดที่ถูกต้อง ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยเกินการควบคุมของแพทย์
  • ทั้งนี้อาจจะเกิดจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม ที่ทําให้การ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง มีผลคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น การผ่าตัดแก้ไขก็อาจทำได้ โดยการพิจารณาตามความเหมาะสม และความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้ป่วยและแพทย์ควรจะปรึกษาร่วมกัน ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขต่อเนื่อง   โดยเสียค่าใช้จ่าย ค่ายา, ค่าห้องและค่าใช้จ่ายทางวิสัญญีตามจริง
  •  บริเวณที่ทำการผ่าตัด มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติ ในระหว่างผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัดได้ เพราะเป็นการผ่าตัดในบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก ภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1
  • แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ดังนั้นผู้ป่วยควรหยุดรับประทานยา ในกลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาลดการแข็งตัวของเลือด 10-15 วัน ก่อนหรือหลังการผ่าตัด
  • อีกทั้งมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแผลแยกได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • รวมทั้งในส่วนแพทย์ ที่จำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการผ่าตัด และมีเทคนิคการเย็บแผลผ่าตัดที่ดี ในการป้องกันการเกิดภาวะแผลแยก 
  • นอกจากนี้ในการผ่าตัดนี้ มีความเสี่ยงต่อจากการติดเชื้อของแผลผ่าตัด เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่บริเวณที่อับชื้น รวมทั้งอยู่ใกล้ทางเดินปัสสาวะและทางเดินอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยก โดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด และการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งสําคัญ 

ใครที่ไม่แนะนำให้ทำการผ่าตัด และต้องปรึกษแพทย์ก่อนการผ่าตัด

  • ไม่แนะนำให้ทำการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และในกรณีที่ไม่ได้แจ้งแฟนหรือคู่สมรส ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจกัน เนื่องจากต้องงดการมีเพศสัมพันธ์หลังการผ่าตัด รวมทั้งต้องไม่ตั้งครรภ์ หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ 
  • ในกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัว จำเป็นต้องได้รับการประเมินสุขภาพจากอายุรแพทย์ก่อน เพื่อดูว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หรือไม่
  • ทั้งนี้อายุรแพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดจำเพาะโรค เพื่อการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม ซึ่งจำเป็นในบางราย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการปรึกษาอายุรแพทย์ และค่าทดสอบทางห้องปฏิบัติการในส่วนนี้ ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องชำระเองเพิ่มเติมทั้งหมดตามราคาจริง 
  • หลังจากอายุรแพทย์ประเมินแล้วพบว่า สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เจ้าหน้าที่จะนำผู้ที่ต้องการรับการผ่าตัดกลับมายัง ศูนย์จุดซ่อนเร้น เพื่อพบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา โปรดสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด และรับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวก่อนการผ่าตัด

 

หัวข้อน่าสนใจ

ต้องการ ดูรูปการผ่าตัด (โปรดคลิก)

 

2)  ขั้นตอนก่อนการผ่าตัด ในวันนัด ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง 

  • ในกรณีผู้ที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด คุณจะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา เพื่อพูดคุยอีกครั้ง โปรดสอบถามข้อสงสัย และรายละเอียดอื่นๆ กรณีไม่แน่ใจหรือกังวลมาก เนื่องจากเหตุผลใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับการผ่าตัด ควรเลื่อนการผ่าตัดไปก่อน
  • กรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไม่มีโรคประจำตัว หรือกรณีมีโรคประจำตัว ซึ่งอายุรแพทย์ประเมินแล้ว พบว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ และไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด คุณจะต้องกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการผ่าตัด
  • ซึ่งจะถือเป็นใบอนุญาต ให้ทางเจ้าหน้าที่และแพทย์ สามารถทำการผ่าตัดคุณได้ จากนั้นพยาบาลจะให้คำแนะนำ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 
  • จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไปชำระค่าบริการผ่าตัดทั้งหมดที่แคชเชียร์ และส่งคุณไปยังตึกผู้ป่วยใน เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูล ชื่อ-นามสกุล,วันเกิด รวมทั้งจะช่วยเหลือในการเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อใส่ชุดคลุมผ่าตัด และมอบสายรัดข้อมือสำหรับระบุตัวตน

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด

  • ซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลจะทำการตรวจสอบ ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ รวมทั้งสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิ, การหายใจ, ความดันโลหิต และชีพจร และต้องมีการเจาะเลือด เพื่อส่งตรวจทางเคมีขั้นพื้นฐาน เอ็กซเรย์ปอด รวมทั้งต้องมีการตรวจคลื่นหัวใจ ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี
  • กรณีผู้ต้องการเข้ารับการ ตกแต่งช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง  ต้องการฝากเครื่องประดับและของมีค่า รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ สามารถฝากของได้ที่แคชเชียร์ ทั้งนี้คุณสามารถรับของมีค่าได้ทั้งหมด ก่อนออกจากโรงพยาบาล
  • หลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำคุณไปยังบริเวณห้องผ่าตัด ซึ่งคุณจะได้รับการดูแลต่อโดยทีมเจ้าหน้าที่วิสัญญี ในระหว่างที่รอ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัด คุณจะได้รับการฉีดยาปฏิชีวนะภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนการผ่าตัด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด 
  • หลังจากนั้นวิสัญญีแพทย์ จะทำการประเมินสุขภาพของคุณโดยรวมอีกครั้ง และจะแจ้งข้อมูล เกี่ยวกับการให้ยาระงับความรู้สึก ขณะทำผ่าตัดโดยละเอียด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งรายละเอียดของการให้ยาระงับปวดหลังการผ่าตัด

หลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่ของห้องผ่าตัดจะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปยังห้องผ่าตัด ซึ่งคุณจะได้รับการดูแล โดยเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำห้องผ่าตัดต่อไป

3) ขั้นตอนการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง 

  • ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง – 3  ชั่วโมง โดยการดมยาสลบ เมื่อผู้ป่วยหลับแพทย์จึงจะทําการผ่าตัด โดยเริ่มจากการผ่าตัดเลาะเปิดผนังช่องคลอดทางด้านหน้าของช่องคลอด แล้ววางแทนที่เนื้อเยื่อผนังช่องคลอดที่หย่อนยานด้วยแผ่นพยุงวัสดุสังเคราะห์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังช่องคลอดด้านหน้าขึ้นมาใหม่
  • จากนั้นผนังช่องคลอดจะถูกเย็บปิดด้วยไหมละลายช้า ตลอดความยาวทั้งหมดของผนังช่องคลอดทางด้านหน้า–โดยทําการเย็บทั้งหมด 2 หรือ 3 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสม และเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากแผลแยก ที่จะทําให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ–รวมทั้งจะทำให้มองไม่เห็นหรือรู้สึกว่ามีแผ่นพยุงอยู่ในช่องคลอด
  • หลังจากนั้นแพทย์ก็จะทําการผ่าตัดในกระบวนการเช่นเดียวกันทางด้านหลังของผนังช่องคลอด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือจะทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อยดีขึ้น และในขณะเดียวกันก็ทำให้ผนังช่องคลอดแข็งแรงขึ้นด้วย
  • ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่ผ้ากอซ (vagina packing ) ไว้ในช่องคลอด 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด เพื่อช่วยห้ามเลือด และทําให้ผนังช่องคลอดยึดติดกับแผ่นพยุง รวมทั้งผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ 3 – 5 วันหลังการผ่าตัด

 

ตกแต่งช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

ตกแต่งช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

การผ่าตัดตกแต่งด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

 

4) ขั้นตอนหลังการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง 

  • ลังเสร็จจากการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดี, สัญญาณชีพปกติ–วิสัญญีแพทย์จึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับไปนอนพัก เพื่อสังเกตอาการต่อที่ตึกผู้ป่วยใน
  • ผู้ป่วยอาจมีอาการมึนงง, เวียนศีรษะหรือคลื่นไส้อาเจียน จากการดมยาสลบ ภาวะนี้จะดีขึ้นได้เอง เมื่อระดับยาในร่างกายลดลง
  • ที่ตึกผู้ป่วยใน ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัด, ยาระบายเ พื่อป้องกันภาวะท้องผูก, ยาแก้อักเสบและยาพาราเซตามอล ที่ช่วยลดอาการปวดแผลผ่าตัด
  • กรณีผู้ป่วยมีอาการปวดแผลมากไม่ดีขึ้นหลังการรับประทานยาแก้ปวด กรุณาแจ้งพยาบาล เพื่อขอรับยาแก้ปวดชนิดฉีด เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • ในระยะ 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกปวดที่บริเวณก้นกบ เนื่องจากการผ่าตัดมีการเย็บผนังด้านหลังของช่องคลอดส่วนบน ที่อยู่ใกล้กับปากมดลูก ซึ่งมีเอ็นยึดบริเวณปากมดลูกกับกระดูกก้นกบ
  • รวมทั้งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเบ่งคล้ายอยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา เนื่องจากมีการเย็บบริเวณส่วนที่กั้นระหว่างปากช่องคลอดกับทวารหนักที่มีหูรูดทวารหนักอยู่ ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรนอนพัก  และควรหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระ เนื่องจากภาวะท้องผูก โดยการรับประทานยาระบาย

หลังการผ่าตัดมีความจำเป็นที่จะต้องใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้

  • โดยเฉพาะในระยะ 3-5 วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัสสาวะคั่งค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินปัสสาวะอักเสบ อันเนื่องมาจากภาวะปัสสาวะลำบากหลังผ่าตัด 
  • ซึ่งเกิดจากภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณรอบปากช่องคลอด หลังจากการผ่าตัดในระยะแรก หลังจากนั้นเมื่อภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดลดลง ผู้ป่วยก็จะสามารถปัสสาวะได้เองตามปกติ
  • ในระยะ 3-5 วันแรกหลังการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง ผู้ป่วยไม่ควรอาบน้ำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด (อาจใช้การเช็ดตัวไปก่อน) ซึ่งการทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดหลังการถ่ายอุจจาระ สามารถทำได้โดยล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆให้แห้ง
  • หลังการผ่าตัด 3-5 วัน ผู้ป่วยจะได้รับการถอดสายสวนปัสสาวะ จากนั้นแพทย์หญิง วิทัศศนา จะทําการตรวจแผลผ่าตัด เพื่อดูว่าไม่มีเลือดออกมากผิดปกติ และเมื่อมีการสอบถาม เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการ
  • ผู้ป่วยสามารถตอบคําถามได้ถูกต้อง รวมทั้งสามารถปัสสาวะได้เอง แพทย์หญิง วิทัศศนา จึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้

5) การดูแลหลังการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง 

  • เมื่อกลับบ้านควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะควรรับประทานให้ครบทั้งหมด หลังการผ่าตัด 3-5 วัน ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ ซึ่งผู้ป่วยควรทำความสะอาดแผล บริเวณปากช่องคลอดด้วยการฟอกสบู่ขณะอาบน้ำ ในตอนเช้าและ/หรือก่อนนอนทุกครั้ง
  • ทั้งนี้ผู้ป่วยไม่ควรพยายามทำความสะอาดในช่องคลอด โดยการล้วงเข้าไปในช่องคลอด หรือพยายามฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไปในช่องคลอด
  • ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิดหลังการผ่าตัด แต่ควรยกเว้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ของหมักดองและงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 15 วันหลังการผ่าตัด
  • ผู้ป่วยควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำเป็นประจำในระยะ 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด ซึ่งก็จะช่วยให้แผลผ่าตัดไม่ถูกขยับไปมาเกือบตลอดเวลาหลังการผ่าตัด
  • ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน จากภาวะแผลแยกหลังการผ่าตัดได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระจากภาวะท้องผูก โดยการรับประทานยาระบาย 
  • อาจมีเลือดสีแดงจางๆออกจากช่องคลอด ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ดังนั้นผู้ป่วยควรใส่ผ้าอนามัย เพื่อสังเกตปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอด กรณีมีเลือดออกมากชุ่มผ้าอนามัย หรือมีเลือดออกเป็นก้อนสีแดงสด กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์ เพื่อตรวจแผลผ่าตัด

ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

  • ผู้ป่วยควรพยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นบริเวณแผล ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง เพื่อช่วยให้แผลผ่าตัดแห้งและหายเร็วขึ้น สำหรับการทำความสะอาดบริเวณบริเวณปากช่องคลอดหลังปัสสาวะ สามารถทำได้โดยการซับด้วยทิชชูเปียก (Sanitary Wipes) และการทำความสะอาดหลังการถ่ายอุจจาระ โดยการล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับให้แห้ง 
  • หลังการผ่าตัดอาจมีตกขาวสีเหลืองเข้ม หรือตกขาวมีสีคล้ายหนองนาน 6-8 สัปดาห์  เนื่องจากภายในช่องคลอดจะเต็มไปด้วยสารคัดหลั่งและแบคทีเรียต่างๆ ทําให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดและไหมที่เย็บแผลผ่าตัดในช่องคลอด
  • ทั้งนี้ต้องใช้เวลานาน 6-8 สัปดาห์ แผลที่ผ่าตัดจึงจะติดดีและไหมจะละลายหมด ดังนั้นผู้ป่วยโปรดอย่ากังวลใจ ยกเว้นในกรณีตกขาวมีกลิ่นเหม็น ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับยารับประทานเพิ่มเติม
  • หลังการผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีตกขาวสีขาวปนเขียว หรือมีอาการคันในช่องคลอดมากกว่าปกติหลังการผ่าตัด เนื่องจากเชื้อราภายในช่องคลอด ซึ่งเกิดตามหลังการรับประทานยาปฏิชีวนะ
  • ทั้งนี้โดยทั่วไปแพทย์จะจัดยาฆ่าเชื้อราให้รับประทาน หลังหยุดยาปฏิชีวนะ 1 สัปดาห์ หรือให้ยาเหน็บช่องคลอดฆ่าเชื้อรา เมื่อแผลผ่าตัดหายดีแล้ว หรือหลังการผ่าตัด 6-8 สัปดาห์

 

 

ต้องการอ่านเพิ่ม

คำถามบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้หลังการ ผ่าตัดด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

 

 

วันนัดหมาย หลังการผ่าตัด ครั้งที่ 1

  • ควรมาพบแพทย์ตามนัด ทั้งนี้ แพทย์หญิง วิทัศศนา จะนัดตรวจแผลผ่าตัดครั้งแรกหลังการผ่าตัด 1-2 สัปดาห์ และให้คําแนะนําในการดูแลแผลผ่าตัดเพิ่มเติม รวมทั้งให้การตรวจรักษาในกรณีที่มีความผิดปกติหลังการผ่าตัด 

การพักฟื้น หลังการผ่าตัด

  • วิธีการพักฟื้นหลังการ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง อาจจะแตกต่างกันออกไป ในผู้ป่วยแต่ละคน ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดบริเวณที่ทำการผ่าตัดยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่อนข้างมาก
  • ดังนั้นผู้ป่วยควรจะค่อย ๆ เริ่มกลับมาทำกิจกรรมทางกายภาพต่าง ๆ ที่ต้องใช้กำลังได้เล็กน้อย และยกของเบา ๆ ได้  แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพที่ต้องเดินมากๆ และการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ 
  • บริเวณที่ทำการผ่าตัดอาจจะยังคงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 2 จนถึงสัปดาห์ที่ 4 หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ ที่ต้องใช้กำลังปานกลางได้พอควร แต่ควรงดการออกกําลังกายทุกชนิด
  • ในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 4 จนถึงสัปดาห์ที่ 6 หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ทางกายภาพที่ต้องใช้กำลังปานกลางได้มากขึ้น และผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายที่ใช้แรงของลำตัวช่วงบนได้
  •  แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพ ที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน ที่ส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัด เช่น การวิ่งออกกำลังกายหรือการเดินเร็ว, การแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ, การว่ายน้าออกกําลังกาย, การยกของหนัก, การขี่จักรยาน, การเล่นโยคะและการซิทอัพ
  • ในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 6 หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ทางกายภาพที่ต้องใช้กำลังได้ตามปกติ รวมทั้งกิจกรรมทางกายภาพที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยควรงดการมีเพศสัมพันธ์หลังการผ่าตัด

วันนัดหมาย หลังการผ่าตัดครั้งที่ 2

  • โดยทั่วไปจะมีการนัดตรวจแผลผ่าตัดครั้งที่ 2 หลังการผ่าตัด 6-8 สัปดาห์ เพื่อติดตามผลลัพธ์หลังการผ่าตัด และให้คําแนะนําในการงดการมีเพศสัมพันธ์หลังการผ่าตัด
  • ไหมที่ใช้เย็บแผล เป็นไหมที่ละลายช้าภายใน 6-8 สัปดาห์ แต่พบว่าในผู้ป่วยบางราย อาจใช้เวลานานมากกว่า 6-8 สัปดาห์ ไหมจึงจะละลายหมด
  • ทำให้เกิดอาการระคายเคืองจากไหมที่ใช้เย็บในการผ่าตัด ในผู้ป่วยที่มีอาการคัน หรืออาการระคายเคืองมาก แนะนำให้รับประทานยาแก้แพ้ เพื่อช่วยบรรเทาอาการคัน 

ราคาค่าผ่าตัด 

  • ราคาผ่าตัดเหมาจ่ายนี้ ไม่รวมการตรวจสอบทางเคมีจำเพาะ และค่าปรึกษาแพทย์ทางอายุรกรรม ซึ่งจำเป็นในผู้ป่วยบางรายที่มีโรคประจำตัว และไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายกรณีที่มีการผ่าตัดแก้ไข เพื่อให้ผู้ป่วยพอใจผลลัพธ์ของการผ่าตัดตามที่ผู้ป่วยต้องการ
  • ในกรณีที่การผ่าตัดมีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องจนกว่าภาวะดังกล่าวจะดีขึ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นแต่ในกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อน เกิดจากการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองทั้งหมด ไม่ว่าจะรักษาเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลใดก็ตาม

 

สรุป

การ ผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มของการผ่าตัดทางนรีเวชทางเดินปัสสาวะ ที่มีความละเอียดและซับซ้อนมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยต้องอาศัยความรู้, ความเข้าใจ, ทักษะและประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน หรือมีภาวะแทรกซ้อนน้อยที่สุด ศัลยแพทย์โดยส่วนมากมีประสบการณ์ทางด้านนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด