สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช

สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช

 

หมวดที่  ๑ ความทั่วไป

ข้อ ๑.  สมาคมนี้มีชื่อว่า  สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเว

ย่อว่า สตน. เรียกเป็นภาษาอังกฤษ  Thai  Cosmetic  Gynecology  Society  ย่อความ  CGS

ข้อ ๒.  เครื่องหมายของสมาคม

มีลักษณะเป็นรูปสรีระของผู้หญิง ส่วนเอวจนถึงเข่า ลายเส้นสีขาว และมีตัวหนังสือสีขาว เขียนคำว่า สมาคมศัลยกรรมตกแต่งบรรทัดแรก และบรรทัดที่สองมีตัวหนังสือสีขาว เขียนคำว่า นรีเวช พื้นหลังทั้งหมดเป็น  สีน้ำเงิน

 

 

สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช

 

 

ข้อ ๓.  สำนักงานสมาคม

ตั้งอยู่ที่ ณ บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่  11 ตำบลคลองนกกระทุง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม โดยมีสำนักงานสาขาอยู่ที่  โรงพยาบาลยันฮี

ข้อ ๔.  วัตถุประสงค์ของสมาคม

๔.๑  เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจด้านศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวชที่ถูกต้องให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วไป

๔.๒  เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ ด้านศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานเทคนิคการผ่าตัด ความปลอดภัยของผู้ป่วย ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่กลุ่มบุคลากรด้านการแพทย์ที่มีความสนใจทางด้านนี้

๔.๓  เพื่อจัดหาการเรียนรู้ ด้านศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวชผ่านทางการประชุมวิชาการ วารสาร  อินเตอร์เน็ตและสื่อช่องทางต่างๆ

๔.๔  เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์กับหน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกันทั้งในและนอกประเทศ

๔.๕  สมาคมไม่มีการตั้งโต๊ะบิลเลียด

๔.๖  สมาคมไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

 

หมวดที่  ๒ สมาชิก สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช

ข้อ ๕.  สมาชิกของสมาคมมี  ๒  ประเภทคือ

๕.๑  สมาชิกสามัญได้แก่บุคคลทั่วไปที่สมัครเป็นสมาชิก และได้รับการยอมรับจากสมาชิก

๕.๒  สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้อุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๖.  สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๖.๑  เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

 ๖.๒  เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

 ๖.๓  ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

 ๖.๔  ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

 

ข้อ ๗.  ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

  ๗.๑  สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นครั้งแรก ๑๐๐ บาท และต่อไปเสียเป็นค่าบำรุงรายปี  ๆ  ละ  ๒๐๐ บาท หรือเสียเป็นค่าบำรุงคลอดชีพ  ๒,๐๐๐  บาท

  ๗.๒  สมาชิกกิตติมศักดิ์มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ ๘.  การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย  ๑  คน และให้เลขาธิการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้  ณ  สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า  ๑๕  วันเพื่อให้สมาชิกอื่นๆ  ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขาธิการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก ( ถ้ามี )  เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ วผลเป็นประการใดให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ ๙.  ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก

ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน  ๓๐  วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๑๐.  สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ 

ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการ ได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม

 ข้อ ๑๑.  สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

  ๑๑.๑  ตาย

  ๑๑.๒  ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

  ๑๑.๓  ขาดคุณสมบัติสมาชิก

  ๑๑.๔  ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๒.  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

  ๑๒.๑  มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

  ๑๒.๒  มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

  ๑๒.๓  มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้นมา

  ๑๒.๔  มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

  ๑๒.๕  สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆในที่ประชุมได้คนละ  ๑  คะแนนเสียง

  ๑๒.๖  มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

  ๑๒.๗  มีสิทธิเข้าชื่อร่วมอย่างน้อย ๑ ใน ๕  ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า  ๑๐๐  คนทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

  ๑๒.๘  มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

  ๑๒.๙  มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

  ๑๒.๑๐  มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม

  ๑๒.๑๑  มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

  ๑๒.๑๒  มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

 

หมวดที่  ๓ การดำเนินกิจการ สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช 

 

ข้อ ๑๓.  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช มีจำนวนอย่างน้อย  ๕  คน  อย่างมากไม่เกิน  ๑๕  คน

คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม  ๑  คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆของสมาคมตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้

  ๑๓.๑     นายกสมาคมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม

  ๑๓.๒    อุปนายกทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

  ๑๓.๓    เลขาธิการทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคม ในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม

  ๑๓.๔    เหรัญญิกมีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายบัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

  ๑๓.๕     ปฏิคมมีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม

  ๑๓.๖     นายทะเบียนมีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

  ๑๓.๗     ประชาสัมพันธ์มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

  ๑๓.๘     กรรมการตำแหน่งอื่นๆตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่ง ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง คณะกรรมการชุดแรกให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคม และกรรมการอื่นๆตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ ๑๔.  คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ  ๔  ปี 

และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน  ๓๐  วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๕.  ตำแหน่งกรรมการสมาคมว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ

ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๑๖.  กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้คือ

  ๑๖.๑  ตาย

  ๑๖.๒  ลาออก

  ๑๖.๓  ขาดจากสมาชิกภาพ

  ๑๖.๔  ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๗.  กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ

ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๘.  อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

  ๑๘.๑  มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

  ๑๘.๒  มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

  ๑๘.๓  มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

  ๑๘.๔  มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ

  ๑๘.๕  มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

  ๑๘.๖  มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

  ๑๘.๗  มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมดรวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

  ๑๘.๘  มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๕ ของสมาชิกทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

  ๑๘.๙  มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สิน และการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

  ๑๘.๑๐  จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ

  ๑๘.๑๑  มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๙.  คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง

โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่  ๓๐  ของทุกๆเดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ ๒๐.  การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมการประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงจะถือว่าครบองค์ประชุมมติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๑.  ในการประชุมคณะกรรมการ

ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น  

หมวดที่  ๔ การประชุมใหญ่ สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช 

 

ข้อ ๒๒.  การประชุมใหญ่ของสมาคมมี  ๒  ชนิดคือ

  ๒๒.๑  ประชุมใหญ่สามัญ

  ๒๒.๒  ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๓.  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ  ๑  ครั้ง

คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ  ๑  ครั้งภายในเดือน  มีนาคม  ของทุกปี

ข้อ ๒๔.  การประชุมใหญ่วิสามัญอาจมีขึ้นได้

โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕  ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า  ๑๐๐  คนทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๒๕.  การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่

ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร  โดยระบุวันเวลาและสถานที่ให้ชัดเจนโดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า  ๗  วันและประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้  ณ  สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า  ๗  วันก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ  ๒๖.  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  ๒๖.๑  แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

  ๒๖.๒  แถลงบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

  ๒๖.๓  เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ

  ๒๖.๔  เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

  ๒๖.๕  เรื่องอื่นๆถ้ามี

ข้อ ๒๗.  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ

จะต้องมีสมาชิกวิสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน  ๑๔  วันนับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญ ที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๘.  การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่

ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๙.  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม

ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่  ๕ การเงินและทรัพย์สิน

 

๓๐.  การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด

ห้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการเงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคาร

๓๑.  การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม

จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก และเลขานุการพร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

๓๒.  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม

ได้ครั้งละไม่เกิน  100,000  บาท ( หนึ่งแสนบาทถ้วน )  ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน  50,000,000  บาท ( ห้าสิบล้านบาทถ้วน )  ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

๓๓.  ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสด

ของสมาคมได้ไม่เกิน  50,000  บาท ( ห้าหมื่นบ้านถ้วน )  ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

๓๔.  เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทนพร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

๓๕.  ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม

และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

๓๖.  ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ

และสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

๓๗.  คณะกรรมการการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่  ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิก สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช 

 

๓๘.  ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติใหญ่ของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น

และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า  ๒  ใน  ๓  ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

๓๙.  การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า  ๓  ใน  ๔  ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

๔๐.  เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม

ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของสำนักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

( ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์ )

หมวดที่  ๗ บทเฉพาะกาล

 

๔๑.  ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้เริ่มใช้บังคับได้

นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

๔๒.  เมื่อสมาคมได้รับอนุญาต

ให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น  เริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นต้นไป