อวัยวะเพศมีตุ่ม

ปัญหาจุดซ่อนเร้น แท้จริงแล้วควรเป็นสิ่งที่เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นเราควรรู้ว่า อย่างไรควรได้รับการแก้ไขอย่างไร สิ่งไหนที่ทำได้หรือไม่ได้กับน้องสาวของเรา เพื่อลดปัญหาการติดเชื้อ ระคายเคือง ก่อให้เกิดโรคภัยและสิ่งไม่คาดคิดภายหลัง รู้หรือไม่ว่า การที่น้องสาวมีความผิดปกติหากปล่อยเอาไว้นานก็ทำให้ลุกลาม อักเสบ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคภัยร้ายแรงได้เช่นเดียวกัน

การที่น้องสาวมีตุ่ม อาจเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่เราเองจำเป็นต้องสังเกตุว่า “ตุ่ม” บริเวณน้องสาวนั้นมีลักษณะอย่างไร 

  • มีหัวหนองคล้ายสิว 
  • มีอาการบวม เป็นไตด้านใน
  • เป็นตุ่มใส

ร่วมกับมีตกขาวเปลี่ยนสี มีเชื้อราในช่องคลอด หรือไม่ มีกี่ตุ่มเกิดขึ้น และเกิดขึ้นในบริเวณไหนบ้าง มีอาการคัน แสบ ระคายเคืองหรือไม่ และนอกจากนี้ เรายังจำเป็นต้องสังเกตุว่า อะไรเป็นเหตุให้เกิดอาการดังกล่าว

ตุ่มที่อวัยวะเพศ เกิดจากสาเหตุอะไร

  1. เป็นสิว โดยมากเกิดจากความอับชื้น ทำให้เกิดแบคทีเรียเป็นสิวได้นั่นเอง
  2. ฝีขนาดเล็ก มีอาการปวดบวม 
  3. ต่อมบาร์โธลินอักเสบ
  4. ขนคุด หรือ เกิดเป็นต่อมไขมันอักเสบ จะมีลักษณะบวมแดงระคายเคือง คัน เจ็บและอาจมีหนอง
  5. ซีสต์ไขมัน (ขนาดเล็ก) มีลักษณะเป็นก้อนนิ่ม เมื่อบีบจะมีกลิ่นเหม็น
  6. แพ้แผ่นอนามัยหรือผ้าอนามัย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด 
  7. เริม เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทางผิวหนัง โดยอาจใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้มีเชื้อไวรัสเริม อาการนี้ควรพบแพทย์โดยเร่งด่วนเพื่อหาทางรักษาอย่างทันท่วงที
  8. หิด เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะมีลักษณะเป็นตุ่มใสและตุ่มหนอง มีอาการคันมาก อาการนี้ควรพบแพทย์โดยเร่งด่วนเพื่อหาทางรักษาอย่างทันท่วงที
  9. หูดข้าวสุก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยการสัมผัสกับบริเวณที่มีอาการ

ไม่ว่าตุ่มที่น้องสาวจะขึ้นในลักษณะใด อย่างแรกที่ควรทำนั่นคือ การล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสเพื่อสังเกตุอาการ และล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ไม่ควรจับบ่อยและหลีกเลี่ยงการบีบ แกะ แคะ หรือเกา หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรพบสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำในการดูแลรักษาต่อไป