สมาคมศัลยกรรมตกแต่งนรีเวช 4

ข้อ ๒๗.  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ

จะต้องมีสมาชิกวิสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน  ๑๔  วันนับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญ ที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๘.  การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่

ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๙.  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม

ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่  ๕ การเงินและทรัพย์สิน

 

๓๐.  การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด

ห้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการเงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคาร

๓๑.  การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม

จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก และเลขานุการพร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

๓๒.  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม

ได้ครั้งละไม่เกิน  100,000  บาท ( หนึ่งแสนบาทถ้วน )  ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน  50,000,000  บาท ( ห้าสิบล้านบาทถ้วน )  ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

๓๓.  ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสด

ของสมาคมได้ไม่เกิน  50,000  บาท ( ห้าหมื่นบ้านถ้วน )  ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

๓๔.  เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทนพร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

๓๕.  ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม

และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

๓๖.  ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ

และสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

๓๗.  คณะกรรมการการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่  ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

 

๓๘.  ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติใหญ่ของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น

และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า  ๒  ใน  ๓  ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

๓๙.  การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า  ๓  ใน  ๔  ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

๔๐.  เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม

ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของสำนักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

( ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์ )

หมวดที่  ๗ บทเฉพาะกาล

 

๔๑.  ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้เริ่มใช้บังคับได้

นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

๔๒.  เมื่อสมาคมได้รับอนุญาต

ให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น  เริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นต้นไป