นรีเวชทางเดินปัสสาวะและภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน 2

(Urogynecology & Pelvic Organ Prolapse)

 

แนวทางการรักษา ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือภาวะกระบังลมหย่อน ปัจจุบันสามารถแบ่งการรักษาออกเป็น 5 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือภาวะกระบังลมหย่อน

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือภาวะกระบังลมหย่อน

1) การปรับพฤติกรรม

  • bullet_tickโดยการลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิด ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนหรือภาวะกระบังลมหย่อน
    ถึงแม้ว่าปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากวัยที่เพิ่มขึ้น, กรรมพันธุ์, การตั้งครรภ์และการคลอดทางช่องคลอด รวมทั้งความเสื่อมของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
  • bullet_tickแต่สำหรับพฤติกรรมบางอย่าง เราสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ เช่น การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด ไอ, จาม เรื้อรัง, ดูแลระบบขับถ่าย เพื่อไม่ให้ท้องผูก, หลีกเลี่ยงการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก และควบคุมนํ้าหนัก เพื่อป้องกันภาวะอ้วน

ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดนี้ ส่งผลต่อการเพิ่มแรงดันในช่องท้องให้เพิ่มมากขึ้น เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงให้มากขึ้นตามไปด้วย หากเราปรับพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ก็จะทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิด ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนได้

2) การขมิบกล้ามเนื้อของช่องคลอด

  • bullet_tickซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด หลักการคือทำให้กล้ามเนื้อที่พยุงช่องคลอด ให้มีความแข็งแรงขึ้น ซึ่งได้ผลดีสำหรับผู้ป่วย ที่มีอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนไม่มาก ส่วนในรายที่เป็นมาก แม้การขมิบช่องคลอดจะไม่ทำให้หาย แต่ก็สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ และช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ต้องมีการฝึกขมิบอย่างถูกต้องและฝึกขมิบนานอย่างน้อย 3-6 เดือน จึงจะได้ผลและผลที่ได้ก็มีขีดจำกัด

3) การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงในช่องคลอด 

  • bullet_tickทำจากซิลิโคนและมีหลากหลายรูปแบบ ผู้ป่วยสามารถใส่และถอดได้ด้วยตัวเอง หลักการคือใส่เข้าไปในช่องคลอด เพื่อช่วยค้ำยันอวัยวะภายในช่องคลอดไม่ให้หย่อนลงมา ผลการรักษามีประสิทธิภาพดี สามารถทดแทนการผ่าตัดได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการของผู้ป่วยด้วย
  • bullet_tickข้อดีคือ ไม่ต้องผ่าตัด ข้อเสียคือ ต้องคอยดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์เป็นประจำ ซึ่งในระยะยาว ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งเปลี่ยนใจไปรักษาโดยการผ่าตัดแทน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง เช่น มีแผลในช่องคลอด หรือมีตกขาวเรื้อรัง เป็นต้น

4) การใช้เลเซอร์ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนแบบที่ไม่มีบาดแผลผ่าตัด

  • bullet_tickเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีการนำมาใช้ในทาง นรีเวชทางเดินปัสสาวะมาก่อน ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช โรงพยาบาลยันฮี ถือเป็นแห่งแรกในที่เปิดให้บริการเลเซอร์ เพื่อช่วยรักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนที่ไม่รุนแรงแบบที่ไม่มีบาดแผล ทำให้ผู้รับบริการจะไม่มีอาการปวดและไม่มีการสูญเสียเลือด
  • bullet_tickแต่อย่างไรก็ตามการทำเลเซอร์ โดยวิธีนี้มีข้อจำกัด คือควรทําในสุภาพสตรี ที่มีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนที่มีความหย่อนยานของช่องคลอดที่ไม่รุนแรง เพราะความกระชับของช่องคลอด เกิดจากพลังงานเลเซอร์ ที่มีความร้อนที่ส่งไปยังบริเวณปากช่องคลอดและในช่องคลอด ซึ่งส่งผลให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวลงในทันที ทำให้เยื่อบุช่องคลอดหดสั้นลง ส่งผลให้ช่องคลอดแคบลง อีกทั้งเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอบๆ ช่องคลอด อย่างไรก็ตามเนื้อเยื่อช่องคลอดของผู้หญิงแต่ละคน ก็อาจมีการตอบสนองต่อเลเซอร์ สร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่ากัน

5) การผ่าตัด

5.1) การผ่าตัดรีแพร์ทางด้านหลังของผนังช่องคลอด (Posterior Vaginal Repair)

  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน–หรือภาวะกระบังลมหย่อน–หรือภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดเฉพาะทางด้านหลังของผนังช่องคลอด ซึ่งจะช่วยลดขนาดความกว้างของช่องคลอด และช่วยแก้ไขภาวะหย่อนยานของช่องคลอดให้ดีขึ้นบางส่วน แต่จะไม่สามารถแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน–หรือภาวะกระบังลมหย่อน–หรือภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดหรือชนิดรุนแรงได้

5.2) การผ่าตัดรีแพร์ทางด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอด (A-P Vaginal Repair)

  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไข ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือภาวะกระบังลมหย่อน และในขณะเดียวกันก็ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นด้วย เป็นผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดและเนื้อเยื่อส่วนเกินทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน–หรือภาวะกระบังลมหย่อนชนิดรุนแรง การผ่าตัดตกแต่งทางด้านหน้าและด้านหลังของช่องคลอด สามารถลดภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดหรือขนาดช่องคลอดได้มากกว่า การผ่าตัดรีแพร์ทางด้านหลัง (Posterior Vaginal Repair)

5.3) การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังผนังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง (A-P Vaginal Repair with Mesh)

  • bullet_tickเป็นวิธีการผ่าตัดแก้ไข ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือภาวะกระบังลมหย่อน อย่างรุนแรง โดยหวังผลเพื่อนำเนื้อเยื่อและอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ที่หย่อนยานให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม โดยการผ่าตัดแทนที่ผนังช่องคลอดและเนื้อเยื่อรอบช่องคลอด ด้วยแผ่นพยุงวัสดุสังเคราะห์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังช่องคลอดขึ้นมาใหม่
  • bullet_tickซึ่งได้ผลค่อนข้างดี การผ่าตัดส่วนใหญ่สามารถทำผ่าตัดผ่านทางช่องคลอดได้ ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้ค่อนข้างเร็ว  อย่างไรก็ตามยังมีรายงานถึงภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น และราคาผ่าตัดที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงสภาพร่างกายของผู้ที่ต้องการผ่าตัดด้วยว่า มีความพร้อมสำหรับการผ่าตัดชนิดนี้หรือไม่

แนวทางการรักษา ภาวะอุ้งเชิงการหย่อนหรือภาวะกระบังลมหย่อน ดังกล่าวทั้งหมด ได้แก่ การปรับพฤติกรรม, การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบช่องคลอด, การใส่ห่วงพยุงช่องคลอด, การทําเลเซอร์รักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนที่ไม่รุนแรงและการผ่าตัด เหล่านี้เป็นนวัตกรรมการรักษาที่เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ และเนื่องด้วยความต้องการที่จะแก้ปัญหาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการพัฒนาวิธีการและเทคนิคในการแก้ไขโดยวิธีอื่นๆเกิดขึ้น  เช่น การร้อยไหม, การฝังเข็ม หรือการฉีดสเต็มเซลล์ แต่ในแง่ของการศึกษายังไม่สามารถสรุปถึงประโยชน์ของนวัตกรรมดังกล่าวได้