ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศูนย์จุดซ่อนเร้น)

 

 เกี่ยวกับการเปิดศูนย์จุดซ่อนเร้น

 

แถลงข่าวการเปิด การเปิดศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศูนย์จุดซ่อนเร้น) โรงพยาบาลยันฮี

ความงาม เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล ต่างคนต่างก็มีรสนิยมแตกต่างกันออกไป หากความงามนั้นเสริมความสุขและความมั่นใจในชีวิตคู่ได้—จะเลือกไหม?— แม้ต้องแลกกับการเจ็บตัว ในสังคมไทยปัจจุบันการผ่าตัดตกแต่งอวัยวะในร่างกาย ให้ได้รูปทรงสวยงามถือเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะการผ่าตัดตกแต่งใบหน้า, หน้าอกหรือสะโพก ที่ปัจจุบันมีการทำศัลยกรรมอย่างแพร่หลาย เพราะสังคมยอมรับมากขึ้นและแพทย์มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น เช่นเดียวกับการทำ ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศัลยกรรมจุดซ่อนเร้นจุดซ่อนเร้น)

ด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาทางการแพทย์ ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศัลยกรรมจุดซ่อนเร้น)

บวกกับความต้องการเสริมสร้างความมั่นใจของผู้หญิงขณะมีเพศสัมพันธ์ อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของชีวิตคู่ จึงเกิดแนวคิดในการเปิดศูนย์ศัลยกรรม เพื่อให้บริการผ่าตัดตกแต่งอวัยวะเพศหญิงขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยโดย โรงพยาบาลยันฮี ในฐานะผู้นำทางการแพทย์เพื่อความงามได้เปิด ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช หรือ ศูนย์จุดซ่อนเร้น ขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ได้มีการลงทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ และเครื่องเลเซอร์ รวมทั้งส่งแพทย์ไปศึกษาเทคนิคเพิ่มเติม จากสถาบันที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้ในอเมริกา รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 50 ล้านบาท สำหรับให้บริการ เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้บริการเพศหญิง และรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการในปี 2558

นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมา แผนกสูติ-นรีเวชในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อังกฤษและชาติในยุโรป พบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มีความทุกข์และขาดความมั่นใจ เพราะรูปลักษณ์ของอวัยวะเพศของตัวเอง เช่น แคมเล็กยื่นออกมา, แคมใหญ่ห้อยคล้อย, อวัยวะเพศดำ, มีภาวะปัสสาวะเล็ด หรือช่องคลอดขาดความกระชับ เป็นต้น จึงปรึกษาแพทย์ เมื่อแพทย์พบว่า ผู้หญิงในปัจจุบันให้ความสำคัญกับอวัยวะเพศของตัวเองมากขึ้น จึงคิดหาเทคนิคการผ่าตัดตกแต่งต่างๆ มาแก้ปัญหา เมื่อผู้ใช้บริการเพศหญิงผ่าตัดไปแล้ว มีความพึงพอใจ จึงบอกกันปากต่อปากถึงความทุกข์ใจที่หายไป และความมั่นใจที่กลับคืนมา

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี กล่าวต่อไปว่า คนที่อวัยวะเพศรูปร่างผิดปกติ มักไม่มีความมั่นใจเวลาร่วมเพศ ไม่กล้าให้คนรักเห็นอวัยวะเพศของตัวเอง เมื่อผ่าตัดรักษาไปแล้วกลับมีความมั่นใจ และความสุขในครอบครัวกลับคืนมา โดยผู้ที่มาใช้บริการนั้นเป็นคนไทยร้อยละ 80 อีกร้อยละ 20 เป็นชาวต่างชาติ ทั้งฮ่องกง, ไต้หวัน, จีน, เกาหลีหรือญี่ปุ่น จุดเด่นหนึ่งคือ การใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อย่างเลเซอร์กระชับช่องคลอด แบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งไม่เกิดผลข้างเคียงเหมือนการทำผ่าตัดแบบดั้งเดิม

ในส่วนของการให้บริการของ ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศูนย์จุดซ่อนเร้น)

ประกอบด้วย “ศัลยกรรมตกแต่งแคมเล็ก” ให้มีขนาดและรูปร่างสวยงาม ลดความเจ็บปวดจากการเสียดสีกางเกงชั้นในและกางเกงรัดรูป “ศัลยกรรมตกแต่งหนังคลุมคลิตอริส” ให้มีขนาดเล็กลง ขจัดปัญหาเมื่อมีเพศสัมพันธ์ “ศัลยกรรมตกแต่งเยื่อพรหมจารี” เพื่อรักษาเยื่อพรหมจารีที่ฉีกขาด และ “ศัลยกรรมตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)” ช่วยให้ช่องคลอดที่หย่อนยานจากการคลอดบุตรให้กระชับขึ้น ระหว่างการอธิบายผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี ได้นำแฟ้มภาพอวัยวะเพศของผู้ใช้บริการมาให้ดู แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการผ่าตัด

ในส่วนของเทคนิคการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดตกแต่งแคมเล็ก จะมีการใช้ไหมเย็บแผลขนาดเล็กเท่าเส้นผมและเย็บแบบซ่อนไหม เพราะถ้าเย็บแบบอื่นเมื่อแผลหายจะเป็นรอยย่นเหมือนตีนตะขาบ เป็นต้น การผ่าตัดศัลยกรรมจุดซ่อนเร้นนั้นไม่มีผลต่ออารมณ์ทางเพศ การผ่าตัดตกแต่งแคมเล็ก, การผ่าตัดตกแต่งแคมใหญ่และการตกแต่งหนังคลุมคลิตอริส ใช้เวลา 1 เดือนก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ส่วนการทำผ่าตัดรีแพร์ต้องพักนาน 2 เดือน ทุกคนสามารถเดินเข้ามาปรึกษาได้ ประมาณร้อยละ 90 สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ทันทีหลังการเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ ส่วนอีกร้อยละ 10 ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันทีนั้น อาจเพราะเนื่องจากมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาให้กลับสู่ภาวะปลอดภัยก่อน รวมทั้งบางคนที่ไม่สบายก็ต้องรักษาสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงก่อน

นายแพทย์สุพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าอุปสรรคสำคัญใน การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศัลยกรรมจุดซ่อนเร้น)

 เกี่ยวกับการเปิดศูนย์จุดซ่อนเร้น

เมืองไทยคือ “ความอาย” ที่จะปรึกษาแพทย์ ส่วนแพทย์บางคนก็อาจจะคิดว่าคนไข้หมกมุ่นเรื่องเซ็กส์ แต่สมัยนี้เรื่องเพศสัมพันธ์ ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ หากฝ่ายหญิงไม่ให้ความสำคัญ ฝ่ายชายอาจนอกใจ และนี่คือสิ่งที่โรงพยาบาลยันฮีทำ คือ ทำให้ทุกคนมีความสุข

ในส่วนของการเป็นเมดิคัลฮับ (Medical hub) ของไทยนั้น ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลยันฮี มีนโยบายรองรับ โดยในส่วนของศูนย์จุดซ่อนเร้น ได้มีการส่งแพทย์ไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาเพิ่มเติมในด้านนี้โดยตรง ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของคนไข้ เพราะเราเน้นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากจะเปิดศูนย์อะไรต้องมั่นใจก่อนว่าทำได้ดีที่สุด ขณะนี้ ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวชของเรา มีคณะแพทย์ผู้ดูแล 3 ท่านคือ แพทย์หญิง วิทัศศนา เขตต์กลาง, นายแพทย์ สุชาย ตัณฑวิเชียรและนายแพทย์ อำนาจ เตโชวาณิชย์ ทั้งนี้โรงพยาบาลยันฮีได้ให้บริการผ่าตัดทางด้านศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช มาแล้วกว่า 20,000 ครั้ง โดยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ ซึ่งโรงพยาบาลยันฮี เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามาใช้ในกระบวนการผ่าตัดทางด้านศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช

การเปิดศูนย์ความงามครบวงจรทางด้าน ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศูนย์จุดซ่อนเร้น) ของโรงพยาบาลยันฮีนั้น ได้มีส่วนช่วยเหลือให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จ ในการทำให้การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ขยายตัวขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้เป็นเพราะการให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้รับการฝึกฝนและมีประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช อยู่ในระดับแนวหน้าของวงการแพทย์ในทวีปเอเชีย