การเจาะบริเวณอวัยวะเพศ

(Genital Piercing)

 

การเจาะบริเวณอวัยวะเพศ

การเจาะอวัยวะเพศ ถือเป็นการตกแต่งร่างกายที่เป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดชนิดหนึ่ง เหตุผลทั่วไปในการตกแต่งบริเวณอวัยวะเพศด้วยเครื่องประดับคือ เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้น หรือการเร้าอารมณ์ทางเพศ รวมทั้งเป็นการตกแต่งเพื่อกระตุ้น ให้เกิดความสนใจในความงามบริเวณอวัยวะเพศ

การเจาะอวัยวะเพศ

ต้องได้รับการดูแลรักษาและการเอาใจใส่ เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งควรคำนึงถึงข้อจำกัดในทางการแพทย์ด้วย

หากคุณต้องการที่จะเจาะอวัยวะเพศ

ควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนการตัดสินใจ โปรดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าร่างกายของคุi เหมาะสมกับการเจาะส่วนสำคัญนี้หรือไม่

การเจาะคลิตอริส ซึ่งเป็นบริเวณที่บอบบางมาก และเราไม่แนะนำให้มีการเจาะในบริเวณนี้ เนื่องจากการเจาะคลิตอริสนั้น อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทที่คลิตอริส ทำให้เกิดผลเสียต่อความรู้สึกทางเพศอย่างรุนแรง

การเจาะหนังคลุมคลิตอริส เป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจ เพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา, วัฒนธรรมหรือเพื่อการตกแต่งร่างกาย รวมทั้งบางรายอาจมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นหรือการเร้าอารมณ์ทางเพศ

  • bullet_tickการเจาะหนังคลุมคลิตอริส จะดำเนินการโดยเทคนิคปลอดเชื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ โดยมีการให้ยานอนหลับผ่านทางหลอดเลือดดำ และการฉีดยาชาเพื่อบรรเทาอาการปวด
  • bullet_tickถึงแม้จะมีอาการปวดมากในระยะเริ่มแรก แต่อาการปวดจะดีขึ้น เมื่อแผลเริ่มหาย ซึ่งแผลจากการเจาะหนังคลุมคลิตอริสมักจะหายเร็ว ควรทำความสะอาด และเช็ดแผลด้วยยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อ

เทคนิควิธีในการการเจาะอวัยวะเพศดังนี้

  • bullet_tickการเจาะบริเวณเนื้อเยื่อที่เชื่อมแคมเล็ก (Fourchette)
  • bullet_tickการเจาะหนังคลุมคลิตอริสในแนวตั้ง (Vertical Clitoral Hood Piercing: VCH)
  • bullet_tickการเจาะหนังคลุมคลิตอริสในแนวนอน (Horizontal Clitoral Hood Piercing: HCH)

1)  การเจาะบริเวณเยื่อเชื่อมแคมเล็ก

  • bullet_tickการเจาะบริเวณเยื่อเชื่อมแคมเล็ก เป็นการเจาะที่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ในบรรดาผู้หญิง เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ ไม่มีเนื้อเยื่อที่มากพอในบริเวณฝีเย็บ (เนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างทวารหนักและช่องคลอด) สำหรับเจาะเพื่อใส่เครื่องประดับ การเจาะบริเวณเยื่อเชื่อมแคมเล็ก จึงเหมาะสำหรับสภาพร่างกายของผู้หญิงบางคนเท่านั้น
  • bullet_tickร่างกายมักจะต่อต้าน การเจาะเนื้อเยื่อบริเวณปากช่องคลอด ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งต้องมีการตรวจร่างกายบริเวณนี้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผิวหนังในบริเวณนี้บอบบางและฉีกขาดง่าย
  • bullet_tickการเจาะเยื่อเชื่อมแคมใน อาจทำให้มีอาการปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และอาจทำให้เครื่องประดับที่เจาะนั้นหลุดเข้าไปในช่องคลอดได้
  • bullet_tickเครื่องประดับแนะนำ : วงแหวนลูกปัดสำหรับยึด 12 หรือ 14 เกจ หรือด้ามโลหะรูปโค้ง

2) การเจาะหนังคลุมคลิตอริสในแนวตั้ง

  • bullet_tickการเจาะหนังคลุมคลิตอริสในแนวตั้ง เป็นการเจาะอวัยวะเพศของผู้หญิง ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ มีเนื้อเยื่อหนังคลุมคลิตอริสในอวัยวะเพศเพียงพอ สำหรับการเจาะประเภทนี้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนว่า บริเวณดังกล่าวของคุณ เหมาะสมในการเจาะหนังคลุมคลิตอริสชนิดนี้หรือไม่
  • bullet_tickการเจาะหนังคลุมคลิตอริสชนิดนี้ จะทําการเจาะในแนวตั้งกับหนังคลุมคลิตอริส ที่บริเวณผิวหนังที่คลุมคลิตอริสอยู่ และต้องเหมาะสมกับรูปร่างตามธรรมชาติของผู้หญิงที่ต้องการเจาะ เพื่อที่จะทำให้ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์นั้น คลิตอริสจะได้รับแรงกระตุ้นโดยตรง

3) การเจาะหนังคลุมคลิตอริสในแนวนอน

  • bullet_tickการเจาะหนังคลุมคลิตอริสในแนวนอน เป็นการเจาะอวัยวะเพศหญิง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากรูปลักษณ์เป็นที่ดึงดูดใจ การเจาะต้องทำในตำแหน่งที่เหมาะสม และร่างกายของผู้หญิงที่ต้องการเจาะ ต้องเหมาะสมกับการเจาะชนิดนี้ ทั้งนี้เพื่อให้คลิตอริสได้รับแรงกระตุ้นทางเพศ ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ คุณควรให้แพทย์ตรวจร่างกาย บริเวณที่จะเข้ารับการเจาะก่อนตัดสินใจ
  • bullet_tickเครื่องประดับแนะนำ : วงแหวนลูกปัดสำหรับยึด 12 หรือ 14 เกจ หรือด้ามโลหะรูปโค้ง

การดูแลหลังจากการเจาะอวัยวะเพศ

  • bullet_tickในระยะ 2-3 วันหลังจากการเจาะอาจจะมีเลือดออก, มีอาการบวม, อาการกดเจ็บหรือมีรอยฟกช้ำ
  • bullet_tickบริเวณที่เจาะอาจมีอาการคัน อาจมีสารคัดหลั่งสีขาว หรือสีเหลืองคล้ายหนองในช่วงระหว่างการพักฟื้น อาจมีสะเก็ดเกิดขึ้นระหว่างรอยต่อของเครื่องประดับและเนื้อเยื่อที่เจาะ
  • bullet_tickแผลภายนอกจะหายเร็วกว่าแผลภายใน ทำให้ดูเหมือนแผลภายนอกหายดีแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าฝืนขยับ หรือหมุนเครื่องประดับที่ใช้เจาะ เพราะเนื้อเยื่อภายนอกจะหายได้เร็วกว่าเนื้อเยื่อภายใน โดยทั่วไปแผลจากการเจาะหนังคลุมคลิตอริส จะหายดีภายในระยะเวลาสี่ถึงหกสัปดาห์
  • bullet_tickล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสผิวหนังบริเวณที่เจาะ ควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่เจาะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวันติดต่อกัน เพื่อป้องกันสารคัดหลั่ง ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์และป้องกันการติดเชื้อ
  • bullet_tickแนะนำให้ใช้สบู่เหลวอย่างอ่อน เพื่อป้องกันเชื้อโรค ห้ามฟอกสบู่ทิ้งไว้ในผิวหนังบริเวณที่เจาะเป็นเวลามากกว่าสามสิบวินาที หลังฟอกสบู่ให้ล้างผิวหนังบริเวณที่เจาะให้ทั่ว เพื่อล้างสบู่ออกให้หมด แล้วเช็ดผิวหนังบริเวณที่เจาะให้แห้ง โดยใช้กระดาษชำระที่สะอาดและอ่อนนุ่ม แบบใช้เพียงครั้งเดียวทิ้ง
  • bullet_tickให้หลีกเลี่ยงการแช่น้ำในทะเลสาบ, สระว่ายน้ำ และอ่างน้ำอุ่นหลังการเจาะภายในสี่สัปดาห์แรกหลังการเจาะ ให้สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด สวมใส่สบายและถอดออกง่าย รวมทั้งระบายอากาศได้ เพื่อรักษาแผลในขณะนอนหลับ
  • bullet_tickในระหว่างรอการหายของแผลที่เจาะ ควรหลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์ทางปาก, การมีเพศสัมพันธ์รุนแรง และการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้อื่น สามารถเริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้ เมื่อมีความพร้อมหลังจากแผลที่เจาะไว้แห้งดีแล้ว การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงระหว่างรอการหายของแผล ควรทำอย่างนุ่มนวล และให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือสะอาด หลังจากมีเพศสัมพันธ์

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการเจาะอวัยวะเพศที่พบได้โดยทั่วไป ได้แก่ 

  • bullet_tickมีเลือดออกผิดปกติ
  • bullet_tickเส้นประสาทเสียหาย
  • bullet_tickเกิดการอักเสบ,ติดเชื้อ
  • bullet_tickแพ้เครื่องประดับที่เจาะ
  • bullet_tickเกิดแผลเป็นในบริเวณที่เจาะ

หากมีสัญญาณถึงการติดเชื้อหลัง การเจาะอวัยวะเพศ ซึ่งได้แก่  มีไข้, มีรอยบวมแดง, มีกลิ่นไม่พึงประสงค์, มีสารคัดหลั่งคล้ายหนองไหลออกมา หรือมีผื่นคันบริเวณที่เจาะ ต้องกลับมาพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่โดยเร็ว