การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) คืออะไร และการทำผ่าตัดมีผลดีอย่างไร?

การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) คือ วิธีการผ่าตัดที่ช่วยตกแต่งผิวหนัง และกล้ามเนื้อบริเวณปากช่องคลอดหรือฝีเย็บที่ฉีกขาด –(ฝีเย็บ คือ พื้นที่ที่มองเห็นระหว่างช่องคลอดและทวารหนัก) 

ซึ่งสาเหตุที่ทําให้มีการฉีกขาดของปากช่องคลอดหรือฝีเย็บมากที่สุด ส่วนใหญ่เกิดจากการตัด เพื่อขยายปากช่องคลอดในการคลอดบุตร ส่งผลให้ปากช่องคลอดเปิดกว้างกว่าปกติ อย่างไรก็ตามการฉีกขาดของปากช่องคลอดหรือฝีเย็บ อาจเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุ หรือเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ สําหรับรอยย่นปากช่องคลอดหรือรอยย่นที่ฝีเย็บ อาจเกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น หรือเกิดขึ้นโดยกําเนิด รวมทั้งเกิดขึ้นเองเมื่ออายุมากขึ้น

ซึ่งการผ่าตัดมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดความสวยงามปากช่องคลอดหรือหรือฝีเย็บและปากช่องคลอดกระชับขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกแนบชิดได้มากขึ้นตรงปากช่องคลอด จึงทำให้ความรู้สึกในการมีเพศสัมพันธ์ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนใหญ่การตกแต่งฝีเย็บมักทําร่วมกับ การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด

 

 

การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

ภาพแสดงบริเวณฝีเย็บ (Perineum)

 

 

ปัจจุบันมีการนำ เลเซอร์ มาใช้ใน การทำผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ซึ่งส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำและเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเลเซอร์สามารถควบคุมความความลึกของแผลผ่าตัดได้ ทําให้ช่วยลดการเสียเลือด รวมทั้งช่วยลดการทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลผ่าตัด และเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างใต้แผลผ่าตัด ส่งผลดีต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด เมื่อเทียบกับการทำผ่าตัดแบบดั้งเดิม

ข้อมูลที่ควรทราบและการเตรียมตัวก่อน การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickการผ่าตัดนี้จะไม่ลงลึกลงไปในช่องคลอด แต่ตั้งใจที่จะฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอจากการให้กำเนิดบุตร โดยการเย็บเฉพาะตรงปากช่องคลอด (ความลึกไม่เกิน 5 เซนติเมตร) ทำให้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของปากช่องคลอดลดลงหรือแคบลง โดยการตัดผิวหนัง และเนื้อเยื่อส่วนเกินที่เป็นรอยย่นออก แล้วเย็บซ่อมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียงไปพร้อมกัน  
  • bullet_tickในช่วงของการปรึกษา ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา เพื่อซักประวัติและตรวจภายใน กรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ในช่องคลอด เช่น เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรีย ควรรักษาภาวะติดเชื้อในช่องคลอดให้หายก่อนทำการผ่าตัด
  • bullet_tickหลังการตรวจภายใน ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการอธิบาย เกี่ยวกับสภาพของปากช่องคลอดก่อนการผ่าตัด, ข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัด, การให้ยาระงับความรู้สึก, ประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการทำผ่าตัด, ทางเลือกในการรักษา และรายละเอียดเกี่ยวกับการพักฟื้นหลังการผ่าตัด รวมทั้งจะมีการแจ้ง าคาค่าผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ก่อนการตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickหลังจากนั้นผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด จะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับ ความเสี่ยง แลภาวะแทรกซ้อทั่วไปของการผ่าตัด ได้แก่ ภาวะเลือดออก, ภาวะแผลติดเชื้อ, ความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด, การแพ้ยา หรือสารอื่นๆที่ใช้ในการผ่าตัด, การเกิดตกขาวมากผิดปกติ, การเกิดเชื้อราในช่องคลอด และภาวะแทรกซ้อนจำเพาะของการผ่าตัด ได้แก่ ภาวะปัสสาวะลําบากหรือภาวะปัสสาวะไม่ออกหลังการผ่าตัด, การเกิดรูรั่วระหว่างลําไส้ใหญ่กับปากช่องคลอด
  • bullet_tickไม่แนะนำให้ทำการผ่าตัด ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องไม่ตั้งครรภ์ แม้จะไม่เคยมีรายงานถึงผลเสียของการผ่าตัด ต่อการตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ รวมทั้งในกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ที่ไม่ได้แจ้งแฟนหรือคู่สมรส ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจกัน เนื่องจากต้องงดการมีเพศสัมพันธ์หลังการผ่าตัด
  • bullet_tickการผ่าตัดนี้มีข้อจำกัด ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ และความพึงพอใจในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคนได้ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานเดิมของผู้เข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ กรณีปากช่องคลอดมีแผลเป็นจากการคลอดก่อนหน้านี้ และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้เข้ารับการผ่าตัด เพราะโรคประจำตัวบางชนิด ส่งผลต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลผ่าตัดที่ถูกต้อง ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยเกินการควบคุมของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะแจ้งให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดรับทราบก่อนการผ่าตัด
  • bullet_tickอย่างไรก็ตามทั้งนี้อาจจะเกิดจากสาเหตุใดๆ ก็ตาม ทําให้การผ่าตัดมีผลคลาดเคลื่อน หรือกรณีเป็นความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัด ที่ต้องการผ่าตัดแก้ไข เนื่องจากไม่พึงพอใจผลการผ่าตัดก็อาจทำได้ โดยการพิจารณาตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดและแพทย์ ควรจะปรึกษาร่วมกัน ซึ่งผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังการผ่าตัด โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ายา และค่าใช้จ่ายทางวิสัญญีตามจริง
  • bullet_tickบริเวณที่ทำการผ่าตัด มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากภาวะเลือดออกผิดปกติ ในระหว่างผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัดได้ เพราะเป็นการผ่าตัดที่ปากช่องคลอด ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก ทั้งนี้ภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ดังนั้นผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไม่ควรรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาลดการแข็งตัวของเลือด 10-15 วัน ก่อนหรือหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickอีกทั้งบริเวณที่ทำการผ่าตัด มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากภาวะแผลแยกได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด รวมทั้งในส่วนแพทย์ที่ทำผ่าตัดจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการผ่าตัด และมีเทคนิคการเย็บแผลผ่าตัดที่ดี ในการป้องกันการเกิดภาวะแผลแยก 
  • bullet_tickนอกจากนี้บริเวณที่ทำการผ่าตัด มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน จากการอักเสบและการติดเชื้อของแผลผ่าตัด ซึ่งทำให้เกิดภาวะแผลแยกได้ เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่บริเวณที่อับชื้น รวมทั้งอยู่ใกล้ทางเดินปัสสาวะและทางเดินอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อได้ ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อ โดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด และการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งสําคัญ
  • bullet_tickการผ่าตัดนี้ทำผ่าตัด โดยการฉีดยานอนหลับเข้าหลอดเลือดดําร่วมกับการฉีดยาชา ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจึงต้องงดน้ำและอาหาร ก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักเศษอาหาร ในระหว่างหรือหลังจากการทำผ่าตัด 

เมื่อพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด โปรดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ เพี่อนัดวันผ่าตัด หากผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัว หรือมีประวัติการแพ้ยา กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่และแพทย์ก่อนการผ่าตัด

ขั้นตอนในวันนัดหมายของ การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickในวันนัดผ่าตัด ในกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด มีข้อสงสัยต้องการพบแพทย์ คุณจะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับข้อสงสัยในการผ่าตัดอีกครั้ง โปรดสอบถามข้อสงสัย และรายละเอียดอื่นๆ กรณีไม่แน่ใจหรือกังวลมาก เนื่องจากเหตุผลใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับการผ่าตัด ควรเลื่อนการผ่าตัดไปก่อน
  • bullet_tickกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด และผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไม่มีโรคประจำตัว ก่อนการผ่าตัดผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะต้องกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งจะถือเป็นใบอนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่และแพทย์ สามารถทำการผ่าตัดคุณได้ จากนั้นพยาบาลจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickในกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด แต่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัว ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการประเมินสุขภาพจากอายุรแพทย์ เพื่อดูว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หรือไม่ ทั้งนี้อายุรแพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดจำเพาะโรค เพื่อการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม ซึ่งจำเป็นในผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดบางราย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการปรึกษาอายุรแพทย์ และค่าทดสอบทางห้องปฏิบัติการในส่วนนี้ ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องชำระเองเพิ่มเติมทั้งหมดตามราคาจริง หลังจากอายุรแพทย์ประเมินว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เจ้าหน้าที่จะนำผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดกลับมายัง ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช (ศูนย์จุดซ่อนเร้น)  เพื่อกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการผ่าตัด และรับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickหลังจากเสร็จขั้นตอนของเอกสารแสดงความยินยอม และคำแนะนำหลังการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไปชำระค่าบริการการผ่าตัดทั้งหมดที่แคชเชียร์ กรณีต้องการฝากเครื่องประดับและของมีค่า รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ทางโรงพยาบาลก็จะมีเจ้าหน้าที่แคชเชียร์รับฝากของ ซึ่งผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด สามารถรับของมีค่าทั้งหมดคืนได้ก่อนกลับบ้าน
  • bullet_tickจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปพบกับเภสัชกร เพื่อรับยารับประทานหลังการผ่าตัด รวมทั้งในกรณีผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด มีข้อสงสัยในการรับประทานยา โปรดสอบถามข้อสงสัยจากเภสัชกร
  •  bullet_tickหลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไปที่ห้องเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่จะช่วยเหลือผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ในการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อใส่ชุดคลุมผ่าตัด และมอบสายรัดข้อมือ สำหรับระบุตัวตนให้กับผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลจะทำการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด รวมทั้งสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิ, การหายใจ, ความดันโลหิตและชีพจร
  • bullet_tickหากผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดทาเล็บ อาจจำเป็นต้องล้างออกก่อนเข้ารับการผ่าตัดและต้องถอดคอนแทคเลนส์, แว่นตา, ฟันปลอม รวมทั้งต้องถอดเครื่องประดับออกทุกชิ้นก่อนเข้าห้องผ่าตัด หากว่ามีชิ้นใดที่ไม่สามารถถอดออกได้ จะมีการแปะเทปกาวเอาไว้ เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยา กรณีที่มีการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า 
  • bullet_tickผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการฉีดยาปฏิชีวนะ ภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนการทำหัตถการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด 

หลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปยังห้องผ่าตัด ซึ่งผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำห้องผ่าตัดต่อไป

ขั้นตอนการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickการผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยการฉีดยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดหลับ แพทย์จึงจะฉีดยาชาที่บริเวณที่จะทำการผ่าตัด คือบริเวณด้านหลังของผนังช่องคลอด
  • bullet_tickหลังการฉีดยาชา–ยาชาออกฤทธิ์–แพทย์จึงจะทําการผ่าตัดเลาะเอาผนังช่องคลอดด้านหลัง (ความลึกประมาณ 5 เซนติเมตร) และผิวหนังส่วนเกินบริเวณปากช่องคลอดทิ้ง ดังนั้นผนังช่องคลอดทางด้านหลังจะขาดออกจากกันเป็นรูปลิ่มหรือตัววีกลับหัว หลังจากนั้นแพทย์จะนําขอบแผลทั้งสองข้างหรือขาของตัว V ทั้งสองข้างมาชิดกันใหม่–แล้วจะทําการเย็บขอบแผลให้ติดกันด้วยไหมละลายช้า โดยเริ่มที่ด้านแหลมของตัว V ที่อยู่ในช่องคลอดก่อน–โดยทําการเย็บทั้งหมด 2 หรือ 3 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสม เพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด

 

 ต้องการดูรูปก่อนและหลังการผ่าตัด

คําถามบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

 

การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

 

ก่อนการผ่าตัดกแต่งตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

 

การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

 

หลังการผ่าตัดกแต่งตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

 

ขั้นตอนหลังการผ่าตัดและการดูแลหลัง การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickหลังเสร็จจากการผ่าตัด  ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดรู้สึกตัวดี, สัญญาณชีพปกติ, ตรวจแผลผ่าตัดแล้ว ไม่พบว่ามีเลือดออกมากผิดปกติ และผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถปัสสาวะได้เอง รวมทั้งเมื่อมีการถามตอบ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการผ่าตัดเข้าใจดี–สามารถตอบคําถามได้ถูกต้อง–แพทย์หญิง วิทัศศนา จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการมึนงง, เวียนศีรษะ, คลื่นไส้หรืออาเจียน จากการฉีดยานอนหลับ ควรนอนพักจนกว่าอาการจะดีขึ้น และเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ผู้เข้ารับการผ่าตัดไม่ควรขับขี่ยานพาหนะหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickผู้เข้ารับการผ่าตัดบางราย ที่กังวลกับความเจ็บปวดหลังการผ่าตัดหรือพักอยู่ต่างจังหวัด แพทย์อาจจะแนะนําให้นอนพักโรงพยาบาล 1 คืน หลังเสร็จจากการผ่าตัดมีความจำเป็นที่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ เพื่อป้องกันอาการปัสสาวะลำบากหลังการผ่าตัด ซึ่งผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง เมื่อรู้สึกตัวดี แพทย์จึงจะอนุญาตให้ผู้เข้ารับการผ่าตัด กลับไปนอนพักสังเกตอาการต่อที่ตึกผู้ป่วยใน 
  • bullet_tickตึกผู้ป่วยใน ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัด, ยาแก้อักเสบ ที่ช่วยลดอาการปวดแผลผ่าตัด และยาพาราเซตามอล ช่วยแก้ปวด กรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีอาการปวดแผลมาก อาการปวดไม่ดีขึ้นหลังการรับประทานยาแก้ปวด ผู้เข้ารับการผ่าตัดก็จะได้รับยาแก้ปวดชนิดฉีด เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • bullet_tickในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการถอดสายสวนปัสสาวะ หลังจากนั้นถ้าผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถปัสสาวะได้เอง และหลังการตรวจแผลผ่าตัดแล้ว ไม่พบว่ามีเลือดออกมากผิดปกติ รวมทั้งเมื่อมีการสอบถาม เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถตอบคําถามได้ถูกต้อง แพทย์หญิง วิทัศศนา จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้

โปรดทราบว่า ต่อให้แพทย์ทําการผ่าตัด–เย็บแผลผ่าตัดอย่างระมัดระวังเท่าใดก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าแผลผ่าตัดเกิดการอักเสบและติดเชื้อ ผู้เข้ารับ การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอดหรือการผ่าตัดตกแต่งฝีเย็บ ต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคําแนะนําหลังการผ่าตัดโดยเคร่งครัด

อ่านต่อ>>