การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง 2

ขั้นตอน การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง จะทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง โดยการดมยาสลบ เมื่อผู้ป่วยหลับแพทย์จึงจะทําการผ่าตัด โดยเริ่มจากการผ่าตัดเลาะเปิดผนังช่องคลอดทางด้านหน้าของช่องคลอด แล้ววางแทนที่เนื้อเยื่อผนังช่องคลอดที่หย่อนยานด้วยแผ่นพยุงวัสดุสังเคราะห์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังช่องคลอดด้านหน้าขึ้นมาใหม่ จากนั้นผนังช่องคลอดจะถูกเย็บปิดด้วยไหมละลายช้า ตลอดความยาวทั้งหมดของผนังช่องคลอดทางด้านหน้า–โดยทําการเย็บทั้งหมด 2 หรือ 3 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสม และเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากแผลแยก ที่จะทําให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ–รวมทั้งจะทำให้มองไม่เห็นหรือรู้สึกว่ามีแผ่นพยุงอยู่ในช่องคลอด
  • bullet_tickหลังจากนั้นแพทย์ก็จะทําการผ่าตัดในกระบวนการเช่นเดียวกันทางด้านหลังของผนังช่องคลอด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือจะทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อยดีขึ้น และในขณะเดียวกันก็ทำให้ผนังช่องคลอดแข็งแรงขึ้นด้วย ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่ผ้ากอซ (vagina packing ) ไว้ในช่องคลอด 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด เพื่อช่วยห้ามเลือด และทําให้ผนังช่องคลอดยึดติดกับแผ่นพยุง รวมทั้งผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ 3 – 5 วันหลังการผ่าตัด

 

การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

 
การผ่าตัดตกแต่งด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

การผ่าตัดตกแต่งด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

 

ขั้นตอนหลัง การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

  • bullet_tickหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดี, สัญญาณชีพปกติ–วิสัญญีแพทย์จึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับไปนอนพัก เพื่อสังเกตอาการต่อที่ตึกผู้ป่วยใน ผู้ป่วยอาจมีอาการมึนงง, เวียนศีรษะ, คลื่นไส้หรืออาเจียน จากการดมยาสลบ ภาวะนี้จะดีขึ้นได้เอง เมื่อระดับยาในร่างกายลดลง
  • bullet_tickที่ตึกผู้ป่วยในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด จะได้รับยาปฏิชีวนะ, ยาแก้อักเสบ ที่ช่วยลดอาการปวดแผลผ่าตัด, ยาพาราเซตามอล ช่วยแก้ปวด และยาระบาย เพื่อป้องกันภาวะท้องผูก กรณีผู้ป่วยมีอาการปวดแผลมากไม่ดีขึ้นหลังการรับประทานยาแก้ปวด กรุณาแจ้งพยาบาล เพื่อขอรับยาแก้ปวดชนิดฉีด เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • bullet_tickในระยะ 2-3 วันแรกการหลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกปวดที่บริเวณแผลผ่าตัด และอาจมีความรู้สึกปวดเบ่งอยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา เนื่องจากการผ่าตัดมีการเย็บผนังด้านหลังของช่องคลอดส่วนล่าง (หรือบริเวณฝีเย็บ) กับทวารหนัก ที่มีหูรูดทวารหนักอยู่ ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรนอนพัก เพื่อลดอาการปวดอันเนื่องมาจากการอักเสบของแผลผ่าตัด และควรหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระ เนื่องจากภาวะท้องผูก โดยการรับประทานยาระบาย
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดมีความจำเป็นที่จะต้องใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ โดยเฉพาะในระยะ 3-5 วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัสสาวะคั่งค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินปัสสาวะอักเสบ อันเนื่องมาจากภาวะปัสสาวะลำบากหลังการผ่าตัด ซึ่งเกิดจากภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณรอบปากช่องคลอด หลังจากการผ่าตัดในระยะแรก หลังจากนั้นเมื่อภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดลดลง ผู้ป่วยจะสามารถปัสสาวะได้เองตามปกติ
  • bullet_tickในระยะ 3-5 วันแรกหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยไม่ควรอาบน้ำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด (อาจใช้การเช็ดตัวไปก่อน) ซึ่งการทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดหลังการถ่ายอุจจาระ สามารถทำได้โดยล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆให้แห้ง
  • bullet_tickหลังการผ่าตัด 3-5 วัน ผู้ป่วยจะได้รับการถอดสายสวนปัสสาวะ จากนั้นแพทย์หญิง วิทัศศนา จะทําการตรวจแผลผ่าตัดว่าไม่มีเลือดออกมากผิดปกติ  และเมื่อมีการสอบถามเพื่อทบทวนซํ้าอีกครั้ง เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดแล้วผู้ป่วยเข้าใจดี–สามารถตอบได้ถูกต้อง รวมทั้งผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้เอง –แพทย์หญิง วิทัศศนา จึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้

การดูแลหลัง การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด แบบเสริมแผ่นพยุง

  • bullet_tickเมื่อกลับบ้านหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะ, ยาระบาย, ยาแก้อักเสบและยาพาราเซตามอล ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ควรรับประทานให้ครบทั้งหมด
  • bullet_tickหลังการผ่าตัด 3-5 วัน ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ ผู้ป่วยควรทำความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณปากช่องคลอดด้วยการฟอกสบู่ขณะอาบน้ำ ในตอนเช้าและ/หรือก่อนนอนทุกครั้ง ไม่ควรพยายามทำความสะอาดในช่องคลอด โดยการล้วงเข้าไปในช่องคลอด หรือพยายามฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไปในช่องคลอด
  • bullet_tickผู้ป่วยควรจะต้องหยุดทำงานและงดกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำเป็นประจำ ในระยะ 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ซึ่งได้แก่ การเดิน, การขึ้นลงบันได หรือการทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ ดังนั้นการหยุดทำงานและงดกิจกรรมต่างๆ ก็จะช่วยให้แผลผ่าตัดไม่ถูกขยับไปมาเกือบตลอดเวลาหลังการผ่าตัด ซึ่งก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากภาวะแผลแยกหลังการผ่าตัดได้ 
  • bullet_tickอาจมีเลือดสีแดงจางๆ ออกจากช่องคลอด ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ดังนั้นผู้ป่วยควรใส่ผ้าอนามัยแบบบาง เพื่อสังเกตปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอด กรณีมีเลือดออกมากชุ่มผ้าอนามัย หรือมีเลือดออกเป็นก้อนสีแดงสด กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์ เพื่อตรวจแผลผ่าตัด
  • bullet_tickในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยควรพยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นบริเวณแผลผ่าตัด เพื่อช่วยให้แผลผ่าตัดแห้งและหายเร็วขึ้น สำหรับการทำความสะอาดบริเวณบริเวณปากช่องคลอดหลังปัสสาวะ สามารถทำได้โดยการซับด้วยทิชชูเปียก (Sanitary Wipes) และหลังการถ่ายอุจจาระ โดยการล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆให้แห้ง 

อ่านต่อ>>