การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (การผ่าตัดรีแพร์)

การผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด (ผ่าตัดรีแพร์) คืออะไร และมีผลดีอย่างไร?

การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (การผ่าตัดรีแพร์)การผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด (ผ่าตัดรีแพร์) คือ วิธีการผ่าตัดกระชับช่องคลอดหรือตกแต่งช่องคลอดหย่อนยาน รวมทั้งช่วยลดขนาดความกว้างของช่องคลอด เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ บ่อยครั้งที่ผู้หญิงมักจะบ่นว่า ช่องคลอดหลวม หรือช่องคลอดไม่กระชับ ซึ่งทำให้พวกเธอรู้สึกไม่เหมือนเดิมระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ และไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้ ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญ ก็คือ การขาดแรงเสียดสีภายในช่องคลอด

นอกจากนี้การผ่าตัดชนิดนี้ยังเป็นวิธีการ ในการรักษาภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง ซึ่งสาเหตุเกิดเนื่องจากโครงสร้างต่างๆ ที่พยุงผนังช่องคลอดเสื่อมตัว ทําให้ผนังช่องคลอดด้านหลัง ซึ่งกั้นระหว่างลําไส้และช่องคลอดบางลง ส่งผลให้ลำไส้ดันผนังช่องคลอดทางด้านหลัง และทำให้มีก้อนโผล่เข้าไปในช่องคลอด หรือบริเวณปากช่องคลอด 

อาการต่างๆ ของภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง ได้แก่ มีอาการท้องผูกเรื้อรัง, กลั้นผายลมไม่อยู่, กลั้นปัสสาวะไม่อยู่, มีก้อนตุงบริเวณปากช่องคลอด, ปวดถ่วงตรงช่องทวารหนัก, ปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์, ปวดหลังด้านล่างและปวดมากขึ้นในตอนเย็น รวมทั้งมีลมหรือมีเสียงคล้ายผายลมออกจากช่องคลอด ในขณะที่มีเพศสัมพันธ์

สาเหตุของภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง ที่ทำให้เกิด ภาวะช่องคลอดหลวม เกิดจาก การคลอดบุตรหลายคน, การใช้เวลาในการเบ่งคลอดนาน, การใช้ปากคีมหรือเครื่องดูดสูญญากาศเพื่อช่วยคลอด, เกิดจากการตัดขยายปากช่องคลอด, เกิดจากการมีอาการท้องผูกเรื้อรัง, ความเครียดเรื้อรัง ซึ่งมีผลกับการเคลื่อนไหวของลำไส้ หรือเกิดตามหลังการตัดมดลูก เพราะทําให้มีการตัด หรือเกิดการทําลายโครงสร้างต่างๆ รวมทั้งเอ็นและเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ ปากมดลูก ที่ทําหน้าที่พยุงรอบๆ ผนังช่องคลอดทางด้านบน ที่ช่วยพยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกราน รวมทั้งเกิดเนื่องจากอายุที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอด ที่ทำให้เกิดภาวะช่องคลอดหลวม ในบางครั้งก็อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ในผู้หญิงที่มีอายุน้อย หรือในผู้หญิงที่ไม่เคยคลอดบุตร

ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ในการผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด (การผ่าตัดรีแพร์) ซึ่งส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำ และเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเลเซอร์สามารถควบคุมความความลึกของแผลผ่าตัดได้ ทําให้ช่วยลดการเสียเลือด รวมทั้งช่วยลดการทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลผ่าตัด และเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านล่างของแผลผ่าตัด ทําให้ส่งผลดีต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด เมื่อเทียบกับการทำผ่าตัดแบบดั้งเดิม

1) ข้อควรทราบและการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด (ผ่าตัดรีแพร์)

bullet_tickในช่วงของการปรึกษาก่อนการผ่าตัด ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด จะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา เพื่อซักประวัติและตรวจภายใน กรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ในช่องคลอด เช่น เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรีย ควรรักษาภาวะติดเชื้อในช่องคลอดให้หายก่อนทำการผ่าตัด

bullet_tickหลังการตรวจภายใน ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการอธิบาย เกี่ยวกับสภาพของช่องคลอดก่อนการผ่าตัด, ข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัด, การให้ยาระงับความรู้สึกขณะทำการผ่าตัด, ประโยชน์ของการผ่าตัด, ผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการทำผ่าตัด, ทางเลือกในการรักษา และรายละเอียดเกี่ยวกับการพักฟื้นหลังการผ่าตัด รวมทั้งจะมีการแจ้ง ราคาค่าผ่าตัดรีแพร์ ก่อนการตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด

bullet_tickหลังจากนั้น ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับ ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนทั่วไปของการผ่าตัดรีแพร์ ได้แก่ ภาวะเลือดออกผิดปกติจากแผลผ่าตัด, ภาวะแผลติดเชื้อ, ภาวะแผลแยก, อาการปวดแผลผ่าตัดหลังการผ่าตัด, การแพ้ยาหรือสารอื่นๆ ที่ใช้ในการผ่าตัด, การเกิดตกขาวมากผิดปกติ, การเกิดเชื้อราในช่องคลอด และ ภาวะแทรกซ้อนจำเพาะของการ ผ่าตัดรีแพร์ ได้แก่ ภาวะปัสสาวะลําบากหรือปัสสาวะไม่ออกในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด รวมทั้งการเกิดรูรั่วระหว่างลําไส้กับช่องคลอด

bullet_tickไม่แนะนำให้ทำการผ่าตัด ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และในกรณีที่ไม่ได้แจ้งแฟนหรือคู่สมรส ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจกัน เนื่องจากต้องงดการมีเพศสัมพันธ์หลังการผ่าตัด รวมทั้งผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ต้องไม่ตั้งครรภ์ หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนนี้ แม้จะไม่เคยมีรายงานถึงผลเสียของการผ่าตัดต่อการตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ก็ตาม

bullet_tickการผ่าตัดชนิดนี้มีข้อจำกัด ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์และความพึงพอใจ ในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคนได้ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของผู้เข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ กรณีช่องคลอดกว้างมาก หรือมีบุตรหลายคน อาจไม่สามารถทำให้ช่องคลอดแคบมากๆ ได้ และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้เข้ารับการผ่าตัด เพราะโรคประจำตัวบางชนิด ส่งผลต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลผ่าตัดที่ถูกต้องของผู้เข้ารับการผ่าตัด ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยเกินการควบคุมของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะแจ้งให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดรับทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด

bullet_tickอย่างไรก็ตามทั้งนี้อาจจะเกิดจากสาเหตุใดๆ ก็ตาม ที่ทำให้การผ่าตัดมีผลคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น หรือกรณีเป็นความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัด ที่ต้องการผ่าตัดแก้ไข เนื่องจากไม่พึงพอใจผลการผ่าตัดก็อาจทำได้ โดยการพิจารณาตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดและแพทย์ควรจะปรึกษาร่วมกัน ซึ่งผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังการผ่าตัด โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ายา และค่าใช้จ่ายทางวิสัญญีตามจริง

bullet_tickในการผ่าตัดนี้บริเวณที่ทำการผ่าตัด มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากภาวะเลือดออกมากผิดปกติ ในระหว่างการผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัดได้ เพราะการผ่าตัดในช่องคลอดเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก ซึ่งภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ดังนั้นผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไม่ควรรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาลดการแข็งตัวของเลือด 10-15 วัน ก่อนหรือหลังการผ่าตัด

bullet_tickอีกทั้งบริเวณที่ทำการผ่าตัด มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากภาวะแผลแยกได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด รวมทั้งในส่วนของแพทย์ที่ทำผ่าตัดจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการผ่าตัด และมีเทคนิคการเย็บแผลผ่าตัดที่ดี ในการป้องกันการเกิดภาวะแผลแยก 

bullet_tickนอกจากนี้บริเวณที่ทำการผ่าตัด มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากการอักเสบและการติดเชื้อของแผลผ่าตัด ซึ่งทำให้เกิดภาวะแผลแยกได้ เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่บริเวณที่อับชื้น รวมทั้งอยู่ใกล้ทางเดินปัสสาวะและทางเดินอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียชนิดต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อได้ ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อ โดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด และการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งสําคัญ 

bullet_tickในการผ่าตัดนี้จะทำผ่าตัด โดยการฉีดยาเพื่อช่วยให้หลับเข้าหลอดเลือดดําร่วมกับการฉีดยาชาเฉพาะที่ ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจึงต้องงดน้ำและอาหาร ก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักเศษอาหาร ในระหว่างหรือหลังจากการทำผ่าตัด 

เมื่อพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด โปรดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อนัดวันผ่าตัด หากผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัว หรือมีประวัติการแพ้ยา กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ก่อนการผ่าตัด ต้องการดูรูปก่อนและหลังการผ่าตัด

 

การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) 

ภาพแสดงผนังช่องคลอดด้านหลังที่หย่อนยาน ทำให้ลำไส้ดันผนังช่องคลอด

 

2) อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ขั้นตอนก่อนการผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด (ผ่าตัดรีแพร์)

3) ขั้นตอนการผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด (ผ่าตัดรีแพร์)

bullet_tickการผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยการให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดหลับ แพทย์จึงจะฉีดยาชาที่บริเวณที่จะทำการผ่าตัด คือบริเวณด้านหลังของผนังช่องคลอด

 

ตกแต่งช่องคลอด หรือรีแพร์

แนวการเลาะเอาผนังช่องคลอดด้านหลัง เป็นรูปลิ่มหรือตัววี (V) กลับหัว 

 

bullet_tickหลังการฉีดยาชา–เมื่อยาชาออกฤทธิ์–แพทย์จึงจะทําการผ่าตัดเลาะเอาผนังช่องคลอดด้านหลังส่วนเกินทิ้ง ดังนั้นผนังช่องคลอดทางด้านหลังจะขาดออกจากกัน เป็นรูปลิ่มหรือตัววี (V) กลับหัว โดยที่ด้านแหลมของตัว V อยู่ใกล้กับปากมดลูก-ด้านกว้างของตัว V อยู่ใกล้กับปากช่องคลอด—หลังจากนั้นแพทย์จะนําขอบแผลทั้งสองข้างหรือขาของตัว V ทั้งสองข้างมาชิดกันใหม่–แล้วจะทําการเย็บขอบแผลให้ติดกันด้วยไหมละลายช้า โดยเริ่มที่ด้านแหลมของตัว V ที่อยู่ใกล้กับปากมดลูกก่อน–โดยทําการเย็บทั้งหมด 2 หรือ 3 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสม เพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด ที่จะทําให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ–ทั้งนี้แพทย์หญิง วิทัศศนา จะทําการเย็บเพื่อซ่อมผนังช่องคลอดตลอดความยาวทั้งหมดของผนังช่องคลอดทางด้านหลัง (ดังรูป)

 

 การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดทางด้านหลัง ( รีแพร์)

การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดทางด้านหลัง (การผ่าตัดรีแพร์) 

ภาพแสดงการเย็บแผลผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) ด้านข้าง

ภาพแสดงการเย็บแผลผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (การผ่าตัดรีแพร์) ด้านข้าง

 


หัวข้อน่าสนใจ โปรดคลิก

รีแพร์-ขนาดใครคิดว่าไม่สำคัญ 

รีแพร์ – รีเทิร์นความสาว – 10 คำถาม

ผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดหรือทำรีแพร์ โดยเลเซอร์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตกแต่งช่องคลอด-การผ่าตัดรีแพร์


 

การทำผ่าตัด ตกแต่งช่องคลอด (ผ่าตัดรีแพร์) เป็นหนึ่งในศัลยกรรมจุดซ่อนเร้น ที่มีความซับซ้อนและละเอียดมากที่สุดชนิดหนึ่ง ทั้งนี้แพทย์ที่จะทำผ่าตัดต้องมีความรู้, ความเข้าใจในโครงสร้างทางกายวิภาคของช่องคลอดเป็นอย่างดี และมีความรู้ในการเลือกไหมที่เย็บแผลผ่าตัดที่เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะการผ่าตัดที่ความแม่นยำ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ศัลยแพทย์โดยส่วนมากขาดประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมประเภทนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด

อ่านต่อ>>