ภาวะปัสสาวะเล็ดในคุณผู้หญิง (Urinary Incontinence in women) 1

ความเป็นจริง…เกี่ยวกับภาวะปัสสาวะเล็ด

blue-shutterstock_94733821เมื่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งเส้นเอ็นที่พยุงไว้ตรงอวัยวะในอุ้งเชิงกรานของผู้หญิงอ่อนแอลง ทำให้อวัยวะในอุ้งเชิงกรานเกิดการเคลื่อนตัวลงจากตำแหน่งปกติได้ ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน สามารถทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ด และคุณอาจจะต้องอาศัยการผ่าตัด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว

ผู้หญิงประมาณ 4 ล้านคนบนโลกใบนี้–ต้องเผชิญกับอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ด เวลามีการไอ จาม หัวเราะ ออกกำลังกาย หรือยกของหนัก ร่วมกับอาการปัสสาวะราดแบบไม่รู้ตัว ที่ซึ่งปกติแล้วจะสัมพันธ์กับคนอายุมาก–แต่ก็สามารถพบได้ในผู้หญิงอายุน้อยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม–สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ว่า ภาวะปัสสาวะเล็ด นี้สามารถรักษาได้ มีการรักษาอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งสามารถช่วยให้คุณควบคุมอาการได้ การดูแลและรักษาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ถ้าภาวะปัสสาวะเล็ดมีผลกับการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวันของคุณผู้หญิง อย่ารีรอที่จะพบแพทย์ การรักษาทางการแพทย์ จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือหรือหยุดปัญหาเนื่องจากภาวะปัสสาวะเล็ดได้

การทำงานของกระเพาะปัสสาวะ

  • bullet_tickเมื่อร่างกายมีการสร้างน้ำปัสสาวะที่ไตทั้ง 2 ข้างเกิดขึ้น ปัสสาวะก็จะไหลผ่านท่อไต มาเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อมีปริมาณน้ำปัสสาวะที่เก็บกักไว้มากระดับหนึ่ง คุณจึงจะเริ่มรู้สึกปวดอยากถ่ายปัสสาวะขึ้น และเมื่อความรู้สึกนี้เพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่เหมาะสม สมองจะส่งสัญญาณมาสั่งกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะให้หดตัว พร้อมๆกับสั่งหูรูดท่อปัสสาวะให้คลายตัว เพื่อให้น้ำปัสสาวะไหลออกมาผ่านท่อปัสสาวะออกมาภายนอกร่างกาย
  • bullet_tickโดยปกติร่างกายต้องมีการขับถ่ายปัสสาวะประมาณ  4-7 ครั้งในตอนกลางวัน และ 1-2 ครั้งในตอนกลางคืน
  • bullet_tick ท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะได้รับการพยุง โดยกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งหูรูดท่อปัสสาวะจะหดตัวปิดได้ ต้องอาศัยการพยุงของกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อผนังช่องคลอดด้านหน้าเพื่อช่วยพยุงท่อปัสสาวะ ป้องกันปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจ ขณะไอ จาม และออกกำลังกาย

ภาวะปัสสาวะเล็ดในรูปแบบต่างๆ

1) ปัสสาวะเล็ดจากการมีแรงดันเพิ่มในช่องท้อง

  • bullet_tickคือ การที่ปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ที่มีแรงดันเพิ่มในช่องท้อง หรือแรงกดที่กระเพาะปัสสาวะ เช่น ขณะที่จาม หัวเราะ ไอ ยกวัตถุหนักๆ หรือจากการเคลื่อนไหวของร่างกายในระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ
  • bullet_tickสตรีอย่างน้อยร้อยละ 10-20 มีอาการปัสสาวะเล็ดขณะทำกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากการมีแรงดันเพิ่มในช่องท้อง และส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพดี
  • bullet_tickอาการปัสสาวะเล็ดแบบนี้ ปกติแล้วจะพบได้ในสตรีทุกกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่แล้วมีสาเหตุมาจากภาวะอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ ซึ่งเป็นผลมาจากการมีบุตรหลายคน ภาวะไอเรื้อรัง คนอ้วนหรือภาวะหมดประจำเดือน
  • bullet_tickภาวะปัสสาวะเล็ดชนิดนี้ มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสตรีในหลายๆด้าน อาจเป็นอุปสรรคในการเข้าสังคม ตลอดจนจำกัดการทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ ในปัจจุบันมีการพัฒนาการผ่าตัดรักษาภาวะปัสสาวะเล็ด เพื่อให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น อัตราความสำเร็จสูง และภาวะแทรกซ้อนตํ่า ได้แก่ การผ่าตัดโดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ TVT-O หรือ การผ่าตัดโดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ MiniArc

2) ปัสสาวะเล็ดแบบกลั้นไม่อยู่

  • bullet_tickปัสสาวะราด คือ ภาวะที่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ทำให้ไปห้องน้ำไม่ทัน มีปัสสาวะราด อาการนี้เกิดจากกระเพาะปัสสาวะบีบตัวเร็วมากเกินไป

 3) ปัสสาวะเล็ดแบบผสม

  • bullet_tickผู้หญิงบางคนอาจจะประสบกับอาการรวมทั้งสองแบบข้างต้น ( Mixed Urinary Incontinence)

4) ปัสสาวะเล็ดเนื่องจากปัสสาวะค้างมากเกินไป

  • bullet_tickผู้หญิงกลุ่มนี้จะประสบกับอาการปัสสาวะไหลโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากน้ำปัสสาวะล้นกระเพาะปัสสาวะโดยไม่มีความรู้สึกปวดปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะไม่ทํางาน
ภาวะปัสสาวะเล็ด อาจจะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกอาย มักจะแยกตัวเองออกมาหรือจำกัดการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายและกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ด้วยการรักษาที่เหมาะสมและถูกต้อง คุณผู้หญิงจะสามารถจัดการกับอาการปัสสาวะเล็ด และปรับปรุงความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีขึ้น

 normal bladder no urine leakage

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง
ท่อปัสสาวะได้รับการพยุงเป็นอย่างดีจึงไม่ทำให้ ปัสสาวะเล็ด 

normal bladder with urine leakage

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอ
พยุงท่อปัสสาวะไม่ได้ จึงทำให้มีปัสสาวะเล็ด

 

อ่านต่อ>>