ปัจจัยสําคัญของศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ (Key Factors of Urogynecology)

ปัจจัยสําคัญที่มีผลต่อผลลัพธ์ที่ดีของศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 2 ปัจจัย

1 . ปัจจัยอย่างแรก  คือ แพทย์

  • bullet_tickสำหรับแพทย์ผู้ผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ไม่ใช่แค่ขั้นตอนในการทำการผ่าตัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวิเคราะห์ถึงภาวะแทรกซ้อน ตลอดจนการให้การรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้เข้ารับการผ่าตัด
1.1) แพทย์ผู้ผ่าตัด ควรมีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคพิเศษ ในการผ่าตัดที่เหมาะสมในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน
  • shutterstock_241648942bullet_tickแพทย์ผู้ผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ควรมีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคพิเศษในการผ่าตัด ที่เหมาะสมในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน อาทิ ในผู้เข้ารับการผ่าตัดชาวต่างชาติ ที่ต้องเดินทางกลับต่างประเทศภายใน 5 วันหลังการผ่าตัด อาจจําเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษในการเย็บแผลผ่าตัด เพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด–เมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดจําเป็นต้องเดินทางกลับต่างประเทศ
1.2) แพทย์ผู้ผ่าตัด ควรมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ไหมที่ใช้เย็บแผล
  • bullet_tickแพทย์ผู้ผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ควรมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ไหมที่ใช้เย็บแผลผ่าตัด ที่จะต้องละลายในเวลาที่เหมาะสม–ที่สําคัญคือไหม ต้องละลาย–หลังจากแผลผ่าตัดติดดีแล้ว
1.3) แพทย์ผู้ผ่าตัด ควรมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะ
  • bullet_tickแพทย์ผู้ผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ควรมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด–ในผู้เข้ารับการผ่าตัดทางนรีเวชทางเดินปัสสาวะแต่ละคน เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัดที่อาจจะแตกต่างกัน ระหว่างคนไทยหรือคนต่างชาติ เนื่องจากความไวในการติดเชื้อแต่ละชนิดแตกต่างกัน
1.4) แพทย์ผู้ผ่าตัด ต้องให้คําแนะนําที่ถูกต้องและเหมาะสม
  • bullet_tickแพทย์ผู้ผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ต้องให้คําแนะนําที่ถูกต้องและเหมาะสมทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดแก่ผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เพราะผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน มีลักษณะการดําเนินชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจทําให้ไม่สามารถปฏิบัติตามคําแนะนําทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดที่ถูกต้องได้ทั้งหมด ดังนั้นก่อนการผ่าตัดควรมีการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้เข้ารับการผ่าตัดและแพทย์
1.5) แพทย์ผู้ผ่าตัด ต้องเปิดกว้างยอมรับข้อผิดพลาด
  • bullet_tickแพทย์ผู้ผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ต้องเปิดกว้างยอมรับข้อผิดพลาด มีความซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบ พร้อมที่จะช่วยเหลือและแก้ไขข้อผิดพลาด เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นกับผู้เข้ารับการผ่าตัด

 2 . ปัจจัยอย่างที่สอง คือ ตัวผู้ป่วยหรือผู้เข้ารับการผ่าตัด

2.1) ผลลัพธ์ที่ดีของการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นฐานเดิมของโครงสร้างของอวัยวะเพศของผู้เข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickผลลัพธ์ที่ดีของศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะของผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน ขึ้นกับโครงสร้างของอวัยวะเพศก่อนผ่าตัดของผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน เช่น การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดในผู้เข้ารับการผ่าตัดที่ผ่านการคลอดบุตร 2 คน เปรียบเทียบกับการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดในผู้เข้ารับการผ่าตัดในที่ผ่านการคลอดบุตร 5 คน ผลลัพธ์ของการผ่าตัดย่อมมีความแตกต่างกัน
2.2) ผลลัพธ์ที่ดีของการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐานของผู้เข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickผลลัพธ์ที่ดีของศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะของผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐานของผู้เข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากการมีโรคประจําตัวบางอย่างหรืออายุที่มากเกินไป อาจส่งผลถึงกระบวนการหายของแผลผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่แพทย์ไม่สามารถควบคุมได้
2.3) ผลลัพธ์ที่ดีของการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวหรือการดูแลหลังการผ่าตัดที่ถูกต้องของผู้เข้ารับการผ่าตัด 
  • bullet_tickเนื่องจากเพราะแผลผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะ เป็นการผ่าตัดบริเวณปากช่องคลอดและในช่องคลอด ซึ่งแผลผ่าตัดจะโดนน้ำหรือสารคัดหลั่งจากภายในช่องคลอดตลอดเวลา ซึ่งความชื้นของแผลผ่าตัดส่งผลให้แผลผ่าตัดใช้เวลาในการหายนานกว่าแผลผ่าตัดทั่วไป และมีโอกาสเกิดการอักเสบและติดเชื้อของแผลผ่าตัดมากกว่าแผลผ่าตัดในบริเวณอื่นๆ ซึ่งการอักเสบและการติดเชื้อของแผลผ่าตัด จะทําให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แผลผ่าตัดติดผิดรูป เกิดรอยแผลเป็น หรือแผลผ่าตัดแยกทําให้มีเลือดออกผิดปกติ การป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยก โดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด รวมทั้งการผ่าตัดด้วยเครื่องมือและเทคนิคปลอดเชื้อถือเป็นสิ่งสําคัญ
  • bullet_tickอีกทั้งเมื่อกลับบ้านผู้เข้ารับการผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะจะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัดให้ครบทั้งหมด เนื่องจากแผลผ่าตัดทางนรีเวชทางเดินปัสสาวะ ถือเป็นแผลผ่าตัดที่มีการปนเปื้อน (contaminated surgical wound) เพราะอยู่บริเวณใกล้ทางเดินปัสสาวะและทางเดินอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียต่างๆ ที่พร้อมที่จะเข้ามาก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา จึงเสี่ยงต่อการอักเสบและการติดเชื้อของแผลผ่าตัด
  • bullet_tickในระยะ 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะ ในผู้เข้ารับการผ่าตัดบางราย อาจมีความจำเป็นที่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ เพื่อป้องกันอาการปัสสาวะลำบากหลังการผ่าตัด  ซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดในระยะแรกหลังการผ่าตัด หลังจากนั้นเมื่อภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดลดลง ผู้เข้ารับการผ่าตัดก็จะปัสสาวะได้เองตามปกติ
  • bullet_tickวิธีการพักฟื้นจะแตกต่างออกไปในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน แต่ภายในวันที่ 2-3 หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดของศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะ ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะสามารถลุกและเดินไปรอบๆได้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องไม่ไปทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 3-7 วันแรกหลังการผ่าตัด ทั้งขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด
  • bullet_tickในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะ ควรพยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นบริเวณแผลผ่าตัด ทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดหลังปัสสาวะ โดยการซับด้วยทิชชูเปียก (Sanitary Wipes) และหลังอุจจาระควรทำความสะอาด โดยการล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆ ให้แห้ง
  • bullet_tickในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะ บริเวณที่ทำการผ่าตัดอาจจะยังคงไม่หายดีนัก ควรจะจำกัดการทำกิจกรรมต่างๆทางกายภาพที่ต้องใช้กำลัง ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจจะค่อยๆ กลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ยกของและออกกำลังกายแบบเบาๆ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพที่ต้องใช้กำลังมากที่ส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัด
  • bullet_tickในช่วง 6-8 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดทางศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะ ผู้เข้ารับการผ่าตัด ควรงดการเดินเร็วการวิ่งออกกำลังกาย การว่ายน้ำ การยกของหนัก การขี่จักรยานและการมีเพศสัมพันธ์
ดังนั้นโปรดทราบว่า ต่อให้แพทย์ทางศัลยกรรมนรีเวชเวชทางเดินปัสสาวะ ทําการผ่าตัด–เย็บแผลผ่าตัดอย่างระมัดระวังเท่าใดก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าแผลผ่าตัดเกิดการอักเสบและติดเชื้อ ผู้รับการผ่าตัดต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคําแนะนําหลังการผ่าตัดโดยเคร่งครัด