Office Hours
Sun
หยุด
Mon
10:00 AM - 06:00 PM
Tue
10:00 AM - 06:00 PM
Wed
10:00 AM - 06:00 PM
Thu
10:00 AM - 06:00 PM
Fri
10:00 AM - 06:00 PM
Sat
10:00 AM - 06:00 PM
Hotline 084-730-6555
Orders of examine info@drvitasna.com

นรีเวชทางเดินปัสสาวะและภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน (Urogynecology & Pelvic Organ Prolapse) 1

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนหรือภาวะกระบังลมหย่อน สามารถเกิดขึ้นเมื่ออวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานของผู้หญิง ได้แก่ มดลูก ผนังช่องคลอด หรือทั้งสองอย่าง หย่อนลงมาจากตำแหน่งเดิม อยู่ภายในช่องคลอดหรือในบางรายอาจหย่อนออกมานอกช่องคลอด

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกวัย แต่เป็นภาวะที่มักพบได้ในสุภาพสตรีที่มีอายุมาก โดยเฉพาะกับสุภาพสตรีที่เคยทำการคลอดบุตรที่มีขนาดตัวใหญ่ สุภาพสตรีที่ผ่านการคลอดบุตรหลายๆครั้ง ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานที่เกิดขึ้นซ้ำๆบ่อยครั้ง สุภาพสตรีที่ผ่านระยะเวลาในการทำงานที่ต้องใช้กำลังที่เพิ่มความดันภายในช่องท้องมาเป็นเวลานาน สุภาพสตรีที่สูบบุหรี่ สุภาพสตรีที่มีน้ำหนักตัวมาก (คนอ้วน) สุภาพสตรีที่มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแอโดยกำเนิด รวมทั้งสุภาพสตรีที่มีความผิดปกติของระบบการหายใจส่วนบน (ไอเรื้อรัง) 

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนชนิดที่ไม่รุนแรง สามารถรักษาได้โดยการออกกำลังกายเพื่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนในระดับรุนแรง เช่น มดลูกหย่อนออกมานอกช่องคลอด จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดสร้างเสริมผนังช่องคลอดใหม่ การผ่าตัดใส่แผ่นพยุงมดลูก หรือโดยการผ่าตัดเย็บตรึงมดลูกให้ยึดติดกับเนื้อเยื่อใกล้เคียงที่อยู่ในช่องท้อง ทำให้มดลูกกลับไปยังตำแหน่งเดิม โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดมดลูกออก

แต่แนวทางปฏิบัติทางนรีเวชศาสตร์แบบดั้งเดิมสนับสนุนการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก ในการรักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน จากสถิติในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าในผู้หญิงที่ทำการผ่าตัดมดลูกออกราว 600,000 รายนั้น พบว่ามี 13% ของทั้งหมด เป็นการผ่าตัดมดลูกออกเนื่องจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน อย่างไรก็ตามยังมีข้อโต้แย้งกันว่า การผ่าตัดเอามดลูกออกนั้นอาจไม่จำเป็น ควรใช้การผ่าตัดเย็บตรึงมดลูก ซึ่งสามารถใช้ทดแทนกันได

กระเพาะปัสสาวะหรือช่องทวารหนัก อาจมีการหย่อนคล้อยด้วยเช่นกัน อันเป็นผลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของความแข็งแรงของเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างผนังช่องคลอดด้านหน้าและด้านหลังตามลำดับ อาการของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนนี้อาจทำให้มีความรู้สึกว่ามีแรงดันถ่วงภายในอุ้งเชิงกราน หรือการมีอวัยวะยื่นออกมาจากช่องคลอดจนสามารถมองเห็นได้ อาการนี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นอาการของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนขั้นรุนแรงในระดับ ขั้นที่ 3-4

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนอาจจะไม่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้ป่วยเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าการที่ตำแหน่งของอวัยวะต่างๆในอุ้งเชิงกรานที่เปลี่ยนไป สามารถก่อให้เกิดอาการหรือผลกระทบต่อระบบทางเดินปัสสาวะและลำไส้ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมักจะรู้สึกว่ากระเพาะปัสสาวะปวดถ่วงมากกว่าปกติ เกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เมื่อทำกิจวัตรต่างๆที่ใช้ร่างกาย เช่น การหัวเราะ การไอ การเดิน และ/หรือการวิ่ง รวมทั้งขณะมีเพศสัมพันธ์

เนื่องจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนหรือภาวะกระบังลมหย่อนมีความซับซ้อน ส่งผลให้อาการของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนมีความแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าภาวะหย่อนยานนั้นเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนใด โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ไม่มารับการรักษา เพราะไม่มีอาการหรือมีอาการไม่มาก แต่ก็มีผู้ป่วยบางรายที่ไม่มารับการรักษาเนื่องจากความอาย หรือไม่ทราบว่าภาวะดังกล่าวนี้สามารถรักษาได้ พบว่าถึงแม้ว่าอุบัติการณ์ทั่วโลกจะพบผู้ป่วยภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนในเปอร์เซ็นต์สูง แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบคล้ายกันคือ ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำ เนื่องจากมักคิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ อีกทั้งเป็นเรื่องความเชื่อ เรื่องวัฒนธรรม ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่

ในทางการแพทย์แบ่งกลุ่มอาการ เนื่องจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ออกเป็น  3  กลุ่มอาการที่สำคัญ  ได้แก่

1) อาการเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์

  • bullet_tick รู้สึกช่องคลอดหลวม ทำให้เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • bullet_tickมีลมหรือมีเสียงขณะมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ลดความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์

2) อาการเกี่ยวกับการหย่อนของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนโดยตรง

  • bullet_tickมดลูกที่หย่อน ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกรำคาญปวดหน่วง
  • bullet_tickมีอาการเดินลำบาก มีการเสียดสีของมดลูกที่หย่อนขณะเดินหรือเคลื่อนไหว ทำให้มีแผลที่ปากมดลูกหรือมีตกขาวผิดปกติ

3) อาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอุจจาระหรือระบบทางเดินปัสสาวะ

  •  bullet_tickมีอาการท้องผูก กลั้นอุจจาระไม่ได้ มีภาวะปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะราด ปัสสาวะบ่อย  ปัสสาวะลำบาก
  • bullet_tickบางครั้งคนไข้ต้องดันก้อนมดลูกที่หย่อนออกมานอกช่องคลอดให้เข้าไปในช่องคลอดก่อน จึงจะถ่ายปัสสาวะได้

ซึ่งอาการทั้ง 3 กลุ่ม สามารถพบร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน สามารถแบ่งได้เป็น

  • bullet_tickภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนเนื่องจากมดลูกหย่อน
  • bullet_tickภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนเนื่องจากผนังช่องคลอดด้านหน้าหย่อน
  • bullet_tickภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนเนื่องจากผนังช่องคลอดด้านหลังหย่อน
  • bullet_tickภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนเนื่องจากทั้ง 3 ส่วนหย่อนพร้อมกัน คือ มดลูกหย่อนร่วมกับผนังช่องคลอดทั้งด้านหน้าและด้านหลังหย่อน

อ่านต่อ>>