คำแนะนำหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด (Anterior Posterior Vaginal Repair)

1) ขั้นตอนต่างๆ หลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด

  • shutterstock_102386689bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยจะได้รับการสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดี, สัญญาณชีพปกติ และตรวจแผลผ่าตัดแล้ว ไม่พบว่ามีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมากผิดปกติ วิสัญญีแพทย์จึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับไปนอนพักสังเกตอาการต่อที่ตึกผู้ป่วยใน ทั้งนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการมึนงง, เวียนศีรษะหรือคลื่นไส้อาเจียน จากการดมยาสลบ ภาวะนี้จะดีขึ้นได้เองเมื่อระดับยาในร่างกายลดลง
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่ผ้ากอซ (vagina packing ) ในช่องคลอด 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด เพื่อช่วยห้ามเลือด รวมทั้งผู้ป่วยจำเป็นใส่สายสวนปัสสาวะและต้องนอนพักโรงพยาบาลเป็นเวลา 3-5 วัน
  • bullet_tick ที่ตึกผู้ป่วยในผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัด, ยาแก้อักเสบเพื่อบรรเทาอาการอักเสบและช่วยลดความเจ็บปวดของแผลผ่าตัด, ยาแก้ปวดพาราเซตามอล และยาระบายเพื่อป้องกันภาวะท้องผูก กรณีผู้ป่วยมีอาการปวดแผลมากไม่ดีขึ้นหลังการรับประทานยาแก้ปวด กรุณาแจ้งพยาบาล เพื่อขอรับยาแก้ปวดชนิดฉีดเพื่อช่วยลดอาการปวด
  • bullet_tickในระยะ 2-3 วันแรกหลังผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยจะสามารถลุกและเดินไปรอบๆเตียงได้เล็กน้อย ทั้งนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดและบริเวณก้นกบ เนื่องจากการผ่าตัดมีการเย็บผนังด้านหลังของผนังช่องคลอดส่วนบนที่ใกล้กับปากมดลูก ซึ่งมีเอ็นยึดบริเวณปากมดลูกกับกระดูกก้นกบ รวมทั้งผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกปวดเบ่งอยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา เนื่องจากการผ่าตัดมีการเย็บผนังด้านหลังของผนังช่องคลอด ซึ่งเป็นส่วนที่กั้นระหว่างลําไส้ตรงและช่องคลอดที่มีหูรูดทวารหนักอยู่ ควรนอนพักเพื่อลดอาการปวดและควรหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระจากภาวะท้องผูก โดยการรับประทานยาระบาย
  • bullet_tickในระยะ 3-5 วันแรกหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด มีความจำเป็นที่จะต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพื่อป้องกันการเกิดภาวะทางเดินปัสสาวะอักเสบ เนื่องจากภาวะปัสสาวะลำบากหลังผ่าตัด ซึ่งเกิดจากภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณรอบปากช่องคลอดหลังจากการผ่าตัดในระยะแรก หลังจากนั้นเมื่อภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดลดลง ผู้ป่วยจะสามารถปัสสาวะได้เองตามปกติ

2) การสัมผัสน้ำและการปฏิบัติตัว หลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด

  • bullet_tickในระยะ 3-5 วันแรกหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ไม่ควรอาบน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด (อาจใช้การเช็ดตัวไปก่อน) การทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดที่อยู่บริเวณปากช่องคลอดหลังการถ่ายอุจจาระ สามารถทำได้โดยล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆให้แห้ง
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด 3-5 วัน ผู้ป่วยจะได้รับการถอดสายสวนปัสสาวะ จากนั้นแพทย์หญิง วิทัศศนา จะทําการตรวจแผลผ่าตัดว่า 1) ไม่มีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมากผิดปกติ และ2) ผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้เอง หลังการถอดสายสวนปัสสาวะ รวมทั้ง 3) เมื่อมีการสอบถามเพื่อทบทวนซํ้าอีกครั้ง เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดแล้วผู้ป่วยเข้าใจดี–สามารถตอบคําถามการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดได้ถูกต้อง–แพทย์หญิง วิทัศศนา จึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ทั้งนี้เมื่อกลับบ้านผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะ, ยาแก้อักเสบและยาพาราเซตามอล รวมทั้งยาระบาย ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะควรรับประทานให้ครบทั้งหมด
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด 3-5 วัน ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ ผู้ป่วยควรทำความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณปากช่องคลอดด้วยการฟอกสบู่ขณะอาบน้ำในตอนเช้าและ/หรือก่อนนอนทุกครั้ง ไม่ควรพยายามทำความสะอาดในช่องคลอด โดยการล้วงเข้าไปในช่องคลอดหรือพยายามสอดใส่น้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไปในช่องคลอด
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆที่เคยทำเป็นประจำในระยะ 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อลดอาการปวดอันเนื่องมาจากการอักเสบของแผลผ่าตัด  อีกทั้งบริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะแผลแยกได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผลผ่าตัดจะถูกขยับไปมาเกือบตลอดเวลาหลังการผ่าตัด เพราะอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ซึ่งได้แก่ การเดิน, การขึ้นลงบันไดหรือการทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ ดังนั้นการหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆก็จะช่วยให้แผลผ่าตัดไม่ถูกขยับไปมาเกือบตลอดเวลาหลังการผ่าตัด ซึ่งก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะแผลแยกได้ 
  • bullet_tickในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด อาจมีเลือดสีแดงจางๆออกจากช่องคลอด ผู้ป่วยควรใส่ผ้าอนามัยเพื่อสังเกตปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอด กรณีมีเลือดออกมากชุ่มผ้าอนามัย หรือมีเลือดออกเป็นก้อนสีแดงสด กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลผ่าตัด
  • bullet_tickในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ควรพยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นบริเวณแผลผ่าตัด เพื่อช่วยให้แผลแห้งและหายเร็วขึ้น การทำความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณปากช่องคลอดหลังปัสสาวะ สามารถทำได้โดยการซับด้วยทิชชูเปียก (Sanitary Wipes) และหลังการถ่ายอุจจาระ โดยการล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆให้แห้ง
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด อาจมีตกขาวสีเหลืองเข้ม หรือตกขาวมีสีคล้ายหนองนาน 6-8 สัปดาห์ ผู้ป่วยโปรดอย่ากังวลใจ เนื่องจากภายในช่องคลอดจะเต็มไปด้วยสารคัดหลั่งในช่องคลอดและแบคทีเรียต่างๆ ทําให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดและไหมที่เย็บแผลผ่าตัดในช่องคลอด ทั้งนี้ต้องใช้เวลานาน 6-8 สัปดาห์แผลที่ผ่าตัดจึงจะติดดีและไหมจะละลายหมด ซึ่งเมื่อไหมละลายหมดและแผลผ่าตัดหายดีแล้ว อาการดังกล่าวจะหายเป็นปกติ ยกเว้นในกรณีตกขาวมีกลิ่นเหม็น ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับยารับประทานเพิ่มเติม
  •  bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยอาจมีตกขาวสีขาวปนเขียว หรือมีอาการคันในช่องคลอดมากกว่าปกติหลังการผ่าตัด เนื่องจากเชื้อราภายในช่องคลอด ซึ่งเกิดตามหลังการรับประทานยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้โดยทั่วไปแพทย์จะจัดยาฆ่าเชื้อราให้รับประทาน หลังหยุดยาปฏิชีวนะ 1 สัปดาห์ หรือให้ยาเหน็บช่องคลอดฆ่าเชื้อราเมื่อแผลผ่าตัดหายดีแล้ว คือหลังการผ่าตัด 6-8 สัปดาห์
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด แต่ควรยกเว้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ของหมักดองและงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 15 วันหลังการผ่าตัด

3) การปฏิบัติตัวในระยะเวลาพักฟื้น หลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด

  • bullet_tickวิธีการพักฟื้นหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด อาจจะแตกต่างกันออกไปในผู้ป่วยแต่ละคน แต่ผู้ป่วยควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
  • bullet_tickในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด บริเวณที่ทำการผ่าตัดยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่อนข้างมาก ดังนั้นผู้ป่วยอาจจะค่อยๆกลับมาทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆที่ต้องใช้กำลังได้เล็กน้อยและยกของเบาๆได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพที่ต้องเดินมากๆและการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ
  • bullet_tickในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ 2 – จนถึงสัปดาห์ที่ 4 หลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด บริเวณที่ทำการผ่าตัดอาจจะยังคงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่างๆทางกายภาพที่ต้องใช้กำลังปานกลางได้พอควร และควรงดการออกกําลังกายทุกชนิด
  • bullet_tickในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ 4 – จนถึงสัปดาห์ที่ 6 หลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆที่ต้องใช้กำลังปานกลางได้มากขึ้น และสามารถออกกำลังกายที่ใช้แรงของลำตัวช่วงบนได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพ ที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานที่ส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัด เช่น การวิ่งออกกำลังกายหรือการเดินเร็ว, การแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ, การว่ายน้ำ, การออกกําลังกายยกนํ้าหนัก, การขี่จักรยาน, การเล่นโยคะและการซิทอัพ 
  • หลังการผ่าตัดด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด 6-8 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆได้ตามปกติ รวมทั้งสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

4) การตัดไหม หลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด

  • bullet_tickไหมที่ใช้เย็บแผลผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด เป็นไหมเส้นใหญ่ที่ละลายช้าภายใน 6-8 สัปดาห์ แต่พบว่าในผู้ป่วยบางราย อาจใช้เวลานานมากกว่าปกติไหมจึงจะละลายหมด ทำให้เกิดอาการระคายเคืองจากไหมที่ใช้เย็บแผลในการผ่าตัด ในผู้ป่วยที่มีอาการคันหรืออาการระคายเคืองมาก แนะนำให้รับประทานยาแก้แพ้ เพื่อช่วยบรรเทาอาการคัน 

5) การนัดหมายหลัง การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด

  • พญ.วิทัศศนา จะนัดผู้ป่วยเพื่อตรวจหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอดในราว 1-2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด หรือเมื่อเห็นว่าเหมาะสม อย่าลังเลที่จะ ติดต่อสอบถาม เราหากมีข้อสงสัย