คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดรีแพร์ด้านหน้าและด้านหลังผนังช่องคลอด (Anterior Posterior Vaginal Repair) 1

การผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดด้านหน้าและการผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดด้านหลัง หมายถึงอะไร?

  • bullet_tickทั้งสองหัตถการเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดทางด้านหน้าและ/หรือทางด้านหลัง โดยส่วนมากจะทำแยกกันหรือบางครั้งก็ทำร่วมกัน รวมทั้งในกรณีที่มีภาวะมดลูกหย่อนมาก อาจจะจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเอามดลูกออกด้วย
ศัลยกรรมรีแพร์ผนังช่องคลอดด้านหน้า
  • bullet_tickการศัลยกรรมรีแพร์ผนังช่องคลอดด้านหน้า จะช่วยแก้ไขอาการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดด้านหน้า ซึ่งมีกระเพาะปัสสาวะวางอยู่ด้านบนของผนังช่องคลอดส่วนนี้ ทำให้กระเพาะปัสสาวะถูกดันลงมาพร้อมกับผนังช่องคลอด นำมาซึ่งอาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ความรู้สึกไม่สบายตัว, อาการปวดถ่วง, ความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อนูนจุกอยู่ภายในช่องคลอด, อาการปัสสาวะบ่อย, ปัสสาวะราดหรือมีปัสสาวะเล็ด ขณะไอ จาม ออกกำลังกาย
  • bullet_tickในกระบวนการของการผ่าตัด ผนังช่องคลอดด้านหน้าจะได้รับการผ่าตัด เพื่อดันกระเพาะปัสสาวะกลับไปยังตำแหน่งเดิม ต่อมาเนื้อเยื่อบุผนังช่องคลอดส่วนเกินจะถูกตัดออก และหลังจากนั้นผนังช่องคลอดจะได้รับการเย็บปิดแผลผ่าตัด ซึ่งการเย็บแผลจะทำการเย็บ 2 ถึง 3 ชั้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เนื่องจากภาวะแผลแยกแล้วทำให้มีเลือดออกผิดปกติ ไหมที่ใช้ในการเย็บแผลผ่าตัดเป็นไหมละลายช้า และจะเริ่มละลายหลุดออกมาจากช่องคลอด ภายใน 6-8 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด
ศัลยกรรมรีแพร์ผนังช่องคลอดด้านหลัง
  • bullet_tickศัลยกรรมรีแพร์ผนังช่องคลอดด้านหลัง มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดด้านหลัง ซึ่งผนังช่องคลอดด้านหลังจะมีไส้ตรงหรือช่องทวารหนักวางอยู่ด้านล่างของผนังช่องคลอดส่วนนี้ ซึ่งภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดด้านหลัง จะทำให้ไส้ตรงหรือช่องทวารหนักถูกดันเข้ามาในช่องคลอด ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายทางกายภาพ, ช่องคลอดและปากช่องคลอดมีก้อนนูน รวมทั้งเป็นไปได้ที่จะมีปัญหาหรือมีอาการเกี่ยวกับการทำงานของลำไส้ เนื่องจากภาวะท้องผูกเรื้อรัง
  • bullet_tickในกระบวนการของการผ่าตัด ผนังช่องคลอดด้านหลังจะได้รับการผ่าตัด เพื่อดันไส้ตรงหรือช่องทวารหนักกลับไปยังตำแหน่งเดิม หลังจากนั้นเนื้อเยื่อบุช่องคลอดส่วนเกินจะถูกตัดออก และได้รับการเย็บปิดแผลผ่าตัด

การผ่าตัดรีแพร์ด้านหน้าและด้านหลังผนังช่องคลอด ดำเนินการผ่าตัดโดยการดมยาสลบ หรือการฉีดยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการฉีดยานอนหลับเข้าหลอดเลือดดำ ซึ่งคุณจะได้รับคำแนะนำจาก พญ.วิทัศศนา ในเรื่องดังกล่าวนี้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

การเตรียมตัวในการเข้าพบแพทย์ที่ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช

  • bullet_tickคุณควรนำประวัติการเจ็บป่วยทั้งหมด รวมทั้งยาที่คุณกำลังรับประทานอยู่มาด้วย โปรดแจ้งอาการแพ้ยาชนิดต่างๆ ประวัติการรักษา, ประวัติการทำฟัน, ประวัติการผ่าตัด หรือปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยาชาซึ่งเคยเกิดขึ้นกับครอบครัว
  • bullet_tickเจ้าหน้าที่พยาบาลจะนำคุณไปยังห้องตรวจ ซึ่ง พญ.วิทัศศนา จะทำการจะมีการซักประวัติ และตรวจภายในขั้นต้น หลังการตรวจภายในและการประเมินผล คุณกับ พญ. วิทัศศนา จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาและความคาดหวังของคุณ ซึ่งจะมีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการรักษาของคุณ จากนั้นคุณหมอจะอธิบายเกี่ยวกับการผ่าตัด รวมทั้งเปิดโอกาสให้คุณสอบถามและตัดสินใจเกี่ยวกับการผ่าตัด
  • bullet_tickกรณีที่คุณตัดสินใจเลือกเข้ารับการผ่าตัด คุณหมอ วิทัศศนา จะแจ้งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ซึ่งถือว่าเป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนในการปรึกษาแพทย์
  • bullet_tickในกรณีที่ไม่มีโรคประจำตัว คุณจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้เลยในวันที่คุณเข้ารับการปรึกษา ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตารางเวลาของ พญ.วิทัศศนาด้วย เว้นแต่ว่าคุณได้จองวันและเวลาในการผ่าตัดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้คุณสามารถทำการจองการผ่าตัดผ่านระบบออนไลน์ได้

หากกำลังอยู่ในช่วงมีประจำเดือน สามารถทำการผ่าตัดได้หรือไม่?

  • bullet_tickในช่วงระหว่างมีประจำเดือนไม่ควรทำการผ่าตัด ทั้งนี้การผ่าตัดหลังช่วงประจำเดือนหมด 1-2 สัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

ในวันที่เข้ารับการผ่าตัด สิ่งที่ควรนำมาด้วย และกิจกรรมที่ต้องทำก่อนการผ่าตัด

  • bullet_tickควรอาบน้ำ, สระผมและทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย ก่อนมาที่โรงพยาบาล
  • bullet_tickคุณอาจต้องนำชุดสวมใส่สบายสำหรับตอนกลางวัน มาเปลี่ยนสำหรับใส่ตอนกลับบ้าน รวมทั้งชุดชั้นในและผ้าอนามัยแผ่นบางด้วย
  • bullet_tickในวันนัดผ่าตัดกรณีที่คุณมีข้อสงสัยต้องการพบแพทย์ คุณจะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับข้อสงสัยของการผ่าตัดอีกครั้ง โปรดสอบถามข้อสงสัยและรายละเอียดอื่นๆ กรณีไม่แน่ใจ, กังวลมากหรือไม่มั่นใจ เนื่องจากเหตุผลใดๆก็ตามเกี่ยวกับการผ่าตัด ควรเลื่อนการผ่าตัดไปก่อน

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดหลังจากการปรึกษาแพทย์

  • bullet_tickกรณีที่คุณไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด และไม่มีโรคประจำตัว ก่อนการผ่าตัดคุณจะต้องกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งจะถือเป็นใบอนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่และแพทย์ สามารถทำการผ่าตัดคุณได้ จากนั้นพยาบาลของ ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช จะอธิบายขั้นตอนก่อนการทำผ่าตัดและแนะนำวิธีการดูแลแผลผ่าตัดหลังการทำผ่าตัดโดยละเอียด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งรายละเอียดของใบเซ็นแสดงความยินยอมก่อนเข้ารับการผ่าตัด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำคุณไปชำระค่าบริการการผ่าตัดทั้งหมดที่แคชเชียร์
  • bullet_tickในกรณีคุณไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด แต่คุณมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง ก่อนการผ่าตัดคุณจำเป็นต้องได้รับการประเมินสุขภาพจากอายุรแพทย์ ว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หรือไม่ ทั้งนี้อายุรแพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกายและตรวจเลือดจำเพาะโรค เพื่อการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม รวมทั้งอาจจะต้องมีการตรวจคลื่นหัวใจและเอ็กซเรย์ปอด ซึ่งจำเป็นในผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดบางราย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการปรึกษาอายุรแพทย์และค่าทดสอบทางห้องปฏิบัติการในส่วนนี้ คุณต้องชำระเองเพิ่มเติมทั้งหมดตามราคาจริง หลังอายุรแพทย์ประเมินว่าคุณสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดกลับมายัง ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช เพื่อกรอกใบเซ็นแสดงความยินยอมเข้ารับการผ่าตัดและพยาบาลจะอธิบายขั้นตอนการผ่าตัด รวมทั้งแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการทำผ่าตัดโดยละเอียด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งรายละเอียดของใบเซ็นแสดงความยินยอมก่อนเข้ารับการผ่าตัด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปชำระค่าบริการการผ่าตัดทั้งหมดที่แคชเชียร์
  • bullet_tickหลังจากเสร็จจากขั้นตอนการชำระค่าบริการ เจ้าหน้าที่จะนำคุณไปยังตึกผู้ป่วยใน เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลของคุณ (ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด) และนำคุณไปที่เตียง รวมทั้งจะช่วยเหลือคุณในการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อใส่ชุดคลุมผ่าตัด และมอบสายรัดข้อมือสำหรับระบุตัวตนให้กับคุณ จากนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลจะทำการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานต่างๆ และสัญญาณชีพได้แก่ อุณหภูมิ, การหายใจ, ความดันโลหิตและชีพจร ในกรณีที่คุณม่มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับการประเมินสุขภาพจากอายุรแพทย์ ก็จะต้องมีการเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจทางเคมีขั้นพื้นฐาน รวมทั้งต้องมีการตรวจคลื่นหัวใจและเอ็กซเรย์ปอด ในผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดที่มีอายุมากกว่า 45 ปี

อ่านต่อ>>