ความเสี่ยง, อาการข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้หลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

1) อาการมึนงงและอาการปวดแผล หลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • shutterstock_326826464bullet_tickหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการมึนงง, เวียนศีรษะ จากการดมยาสลบ ควรนอนพักเพื่อสังเกตอาการจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • bullet_tickในช่วง 24 ชั่งโมงแรกหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการปวดและรู้สึกตึงบริเวณแผลผ่าตัด กรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีอาการปวดแผลผ่าตัดมากไม่ดีขึ้นหลังการรับประทานยาแก้ปวด กรุณาแจ้งพยาบาล เพื่อขอรับยาแก้ปวดชนิดฉีด เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • bullet_tickอาการปวดตึงที่แผลผ่าตัดและต้นขาทั้งสองข้าง อาจพบได้ใน 3-5 วัน แรกหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O  ซึ่งโดยทั่วไปจะหายเป็นปกติใน 1 สัปดาห์ ซึ่งแพทย์จะจัดยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบให้รับประทาน ควรนอนพักเพื่อสังเกตอาการ ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรงดทำงานหนัก เนื่องจากจะทำให้แผลผ่าตัดอักเสบและปวดแผลมากขึ้น ในกรณีที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ รวมทั้งรู้สึกมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดมากขึ้น ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรกลับมาพบแพทย์ โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

2) เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ ระหว่างผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • bullet_tickอาจพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 ไม่ควรรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาลดการแข็งตัวของเลือด 10-15 วันก่อนหรือหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickบริเวณที่ทำการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติได้ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก ดังนั้นแพทย์ผู้ผ่าตัดต้องให้ความระมัดระวังในการผ่าตัด โดยทําการเย็บแผลผ่าตัดทั้งหมด 2-3 ชั้น ในส่วนของผู้เข้ารับการผ่าตัดควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด ซึ่งได้แก่ การเดินหรือการขึ้นลงบันได รวมทั้งต้องงดการออกกำลังกายหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 6 สัปดาห์
  • bullet_tickกรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O มีเลือดออกมากชุ่มผ้าอนามัย หรือมีเลือดออกเป็นก้อนสีแดงสด กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลผ่าตัด

3) ภาวะปัสสาวะลําบากหรืออาการปัสสาวะไม่ออก หลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • bullet_tickซึ่งพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 ของการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O โดยทั่วไปหลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจําเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ 1 วันหลังการผ่าตัด เมื่อครบกําหนดแล้วผู้เข้ารับการผ่าตัดจะสามารถปัสสาวะได้เอง หลังการถอดสายสวนปัสสาวะ ทั้งนี้พบว่ามีผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายที่จําเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะนานกว่า 1 วันหลังการผ่าตัด ซึ่งมักพบในผู้เข้ารับการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O ที่ทำผ่าตัดร่วมกับการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด
  • bullet_tickกรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O ที่มีอาการปัสสาวะลำบากหลังผ่าตัด เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการมีปัสสาวะคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะ จําเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะกลับบ้าน ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องจนกว่าภาวะดังกล่าวจะดีขึ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้โดยทั่วไปแพทย์จะนัดถอดสายสวนปัสสาวะหลังจากการผ่าตัด 3-5 วัน

4) การเกิดแผลแยก, เกิดภาวะแผลอักเสบหรือแผลติดเชื้อ หลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • bullet_tickในการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O บริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการแยกของแผลผ่าตัดได้ เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่บริเวณที่อับชื้นและอยู่ใกล้ทางเดินปัสสาวะและทางเดินอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียต่างๆ ที่พร้อมที่จะเข้ามาก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา จึงเสี่ยงต่อการอักเสบและการติดเชื้อของแผลผ่าตัด ซึ่งทำให้เกิดภาวะแผลแยกได้ ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยกโดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด และการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งสําคัญ รวมทั้งแพทย์ที่ทำผ่าตัดจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการผ่าตัด และมีเทคนิคการเย็บแผลผ่าตัดที่ดีในการป้องกันการเกิดภาวะแผลแยก สำหรับผู้เข้ารับการผ่าตัด การดูแลแผลหลังผ่าตัดที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรจะต้องหยุดทำงาน งดกิจกรรมต่างๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น รวมทั้งต้องงดการออกกำลังกายหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 6 สัปดาห์ 
  • bullet_tickการอักเสบและติดเชื้อหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O เป็นเหตุสุดวิสัยที่พบได้ มักเกิดในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการผ่าตัดที่ไม่ปฏิบัติตามคําแนะนําหรือปฏิบัติตามคําแนะนําไม่ถูกต้อง, ผู้เข้ารับบริการผ่าตัดมีโรคประจําตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือผู้เข้ารับบริการผ่าตัดมีภาวะติดเชื้ออยู่ในช่องคลอดก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว กรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีไข้สูงไม่ทราบสาเหตุ, แผลผ่าตัดบวมแดง กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลผ่าตัด กรณีมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมและเสียค่าใช้จ่ายตามจริง

5)  มีตกขาวมากผิดปกติหรือมีเชื้อราภายในช่องคลอด หลังการผ่าตัดแก้ไขปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • bullet_tickหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O อาจมีตกขาวสีเหลืองเข้ม, ตกขาวมีสีคล้ายหนอง ผู้เข้ารับการผ่าตัดโปรดอย่ากังวลใจ เนื่องจากภายในช่องคลอดจะเต็มไปด้วยสารคัดหลั่งในช่องคลอด แบคทีเรียต่างๆ ทําให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดและไหมที่เย็บแผลผ่าตัด
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีตกขาวสีขาวปนเขียว หรือตกขาวคันในช่องคลอดมากกว่าปกติ เนื่องจากเชื้อราภายในช่องคลอด ทั้งนี้โดยทั่วไปแพทย์จะจัดยาฆ่าเชื้อราให้รับประทาน หลังหยุดยาปฏิชีวนะ 1 สัปดาห์ หรือให้ยาเหน็บช่องคลอดฆ่าเชื้อรา เมื่อแผลผ่าตัดหายดีแล้วคือหลังการผ่าตัด 6-8 สัปดาห์

6) การเกิดรูรั่วระหว่างช่องคลอดและท่อปัสสาวะ หลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • bullet_tick เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง มีโอกาสพบได้น้อยมาก อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ มีไข้, มีหนองหรือปัสสาวะไหลออกทางช่องคลอด ซึ่งจําเป็นต้องทําการผ่าตัดนำแผ่นเทปพยุงออก ดังนั้นหากผู้เข้ารับการผ่าตัดมีสารคัดหลั่งมีกลิ่นคล้ายปัสสาวะจากช่องคลอด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

7) การเคลื่อนของแผ่นเทปจากตําแหน่งที่ผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • bullet_tickในกรณีที่มีการโผล่หรือเคลื่อนของแผ่นเทป TVT-O ไปจากบริเวณกึ่งกลางท่อปัสสาวะ (อาจพบได้ในกรณีทำผ่าตัดอื่นร่วมด้วย เช่น การผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O  ร่วมกับการผ่าตัด A-P รีแพร์ ) ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จของการผ่าตัด หรืออาจทำให้เกิดภาวะปัสสาวะไม่ออกหลังผ่าตัด ซึ่งจำเป็นต้องมีการผ่าตัดแก้ไข

8) การผ่าตัดมีผลคลาดเคลื่อน หลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดย TVT-O

  • bullet_tickการผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ด TVT-O มีข้อจำกัดและไม่สามารถรับประกันผลความสำเร็จได้ 100% ทั้งหมด เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการที่มีผลต่อความสำเร็จของการผ่าตัด โดยเฉพาะในผู้เข้ารับการผ่าตัดที่มีภาวะปัสสาวะเล็ดแบบผสม ที่จำเป็นต้องให้การรักษาภาวะของกระเพาะปัสสาวะบีบตัวผิดปกติ ด้วยการรับประทานยาต่อเนื่องหลังการผ่าตัด และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้เข้ารับการผ่าตัด เพราะกรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลหลังผ่าตัดที่ถูกต้องของผู้เข้ารับการผ่าตัด ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วเกิดแผลแยกหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยเกินการควบคุมของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะแจ้งให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดรับทราบก่อนผ่าตัด
  • bullet_tickในกรณีที่การผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ด TVT-O มีผลคลาดเคลื่อนหรือมีภาวะแทรกซ้อน การผ่าตัดแก้ไขอาจทำได้ โดยการพิจารณาตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดและแพทย์ควรจะปรึกษาร่วมกัน