ความเสี่ยง, อาการข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้หลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดหรือการผ่าตัดรีแพร์

  1) อาการปวดบริเวณแผลผ่าตัด หลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  • bullet_tickshutterstock_178580552ในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดและบริเวรก้นกบ เนื่องจากการผ่าตัดมีการเย็บผนังด้านหลังของผนังช่องคลอดส่วนบนที่ใกล้กับปากมดลูก ซึ่งมีเอ็นยึดบริเวณปากมดลูกกับกระดูกก้นกบ รวมทั้งผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการปวดเบ่งคล้ายอยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา เนื่องจากมีการเย็บบริเวณส่วนที่กั้นระหว่างลำไส้ตรงกับปากช่องคลอดที่มีหูรูดทวารหนักอยู่
  • bullet_tickควรนอนพักเพื่อลดอาการปวดเบ่งและลดภาวะอักเสบบริเวณแผลผ่าตัด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระจากภาวะท้องผูก โดยการรับประทานยาระบาย ในกรณีที่มีอาการบวมที่แผลผ่าตัด, มีไข้ รวมทั้งรู้สึกมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดมากขึ้น ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรกลับมาพบแพทย์ โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

2) มีภาวะปัสสาวะลําบากหรือปัสสาวะไม่ออก หลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  •  bullet_tickในผู้เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) บางรายที่แพทย์อาจจะแนะนําให้นอนพักโรงพยาบาล โดยทั่วไปหลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจําเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ 1 วันหลังการผ่าตัด เมื่อครบกําหนดแล้วผู้เข้ารับการผ่าตัดจะสามารถปัสสาวะได้เองหลังการถอดสายสวนปัสสาวะ ทั้งนี้พบว่ามีผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายที่จําเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะนานกว่า 1 วันหลังการผ่าตัด ซึ่งพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 ของการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) พบว่ามีผู้เข้ารับการผ่าตัดบางราย อาจมีอาการไม่ออกหรือมีอาการปัสสาวะลำบากหลังกลับไปบ้าน โดยเฉพาะในระยะเวลา 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด ทั้งนี้มักจะพบในผู้เข้ารับการผ่าตัดที่ที่มีอาการปวดแผลผ่าตัดมาก ซึ่งทำให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน ส่งผลต่อการคลายตัวของหูรูดของท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะลำบาก แล้วทำให้เกิดภาวะทางเดินปัสสาวะอักเสบหลังกลับไปบ้าน ในผู้เข้ารับการผ่าตัดที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาล เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์เพื่อให้การดูแลการรักษา
  • bullet_tickกรณีที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) มีอาการปัสสาวะลำบากหลังกลับไปบ้าน ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการมีปัสสาวะคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะ แล้วเกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบหรือติดเชื้อ จําเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะ ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องจนกว่าภาวะดังกล่าวจะดีขึ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นค่ายาปฏิชีวนะที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องเสียค่าใช้จ่ายตามจริง

3) ภาวะเลือดคั่งหรือภาวะเลือดออกมากผิดปกติ หลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  • bullet_tickอาจพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 ไม่ควรรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาลดการแข็งตัวของเลือด 10-15 วันก่อนหรือหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickบริเวณที่ทำการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเกิดแผลแยกแล้วทำให้เกิดเลือดออกมากผิดปกติได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากช่องคลอดเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก อีกทั้งหลังการผ่าตัดแผลผ่าตัดจะถูกขยับไปมาเกือบตลอดเวลา เพราะอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน ดังนั้นแพทย์ผู้ผ่าตัดต้องให้ความระมัดระวังในการผ่าตัด โดยทําการเย็บแผลผ่าตัดทั้งหมด 2-3 ชั้น ในส่วนของผู้เข้ารับการผ่าตัดควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมทางกายภาพต่างๆที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด ซึ่งได้แก่ การเดินหรือการขึ้นลงบันได รวมทั้งงดการออกกำลังกายหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 6 สัปดาห์
  • bullet_tickกรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) มีเลือดออกมากชุ่มผ้าอนามัย หรือมีเลือดออกเป็นก้อนสีแดงสด กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลผ่าตัด

4) การเกิดแผลแยก, แผลอักเสบหรือแผลติดเชื้อ หลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  • bullet_tickการป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยกโดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด และการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งสําคัญ เนื่องจากการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) แผลผ่าตัดอยู่บริเวณที่ใกล้ทางเดินปัสสาวะและอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียต่างๆที่พร้อมที่จะเข้ามาก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ทำให้เกิดการติดเชื้อที่แผลผ่าตัดได้ตลอดเวลา
  • bullet_tickแผลติดเชื้อหลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) เป็นภาวะที่อาจพบได้ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยและมักเกิดในกรณีที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดที่ไม่ปฏิบัติตามคําแนะนําหรือปฏิบัติตามคําแนะนําไม่ถูกต้อง, ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีภาวะติดเชื้ออยู่ในช่องคลอดก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว หรือผู้เข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจําตัว เช่น โรคเบาหวาน กรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีไข้สูงไม่ทราบสาเหตุ, แผลผ่าตัดบวมแดง กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลผ่าตัด กรณีมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมและเสียค่ายาตามจริง

5) มีตกขาวมากและนานผิดปกติ หรือเกิดเชื้อราภายในช่องคลอด หลังผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) อาจมีตกขาวสีเหลืองเข้ม หรือตกขาวมีสีคล้ายหนอง ผู้เข้ารับการผ่าตัดโปรดไม่ต้องกังวลใจ เนื่องจากภายในช่องคลอดจะเต็มไปด้วยสารคัดหลั่งในช่องคลอดและแบคทีเรียต่างๆ ทําให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดและไหมที่เย็บแผลผ่าตัดในช่องคลอด ซึ่งไหมที่ใช้ในการเย็บซ่อมช่องคลอดเป็นไหมละลายช้า เนื่องจากหมอต้องแน่ใจว่าไหมที่ใช้เย็บแผลจะละลาย–หลังจากแผลผ่าตัดติดดีแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลานาน 6-8 สัปดาห์แผลที่ผ่าตัดจึงจะติดดีและไหมจะละลายได้หมด ดังนั้นการที่มีไหมอยู่ในช่องคลอด จะทำให้มีตกขาวมากและนาน 6-8 สัปดาห์หลังการผ่าตัด เมื่อแผลผ่าตัดหายดีแล้วอาการดังกล่าวจะหายเป็นปกติ ยกเว้นในกรณีตกขาวมีกลิ่นเหม็น ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจจะต้องได้รับยารับประทานเพิ่มเติม
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีตกขาวสีขาวปนเขียวและตกขาวคันในช่องคลอดมากกว่าปกติ เนื่องจากเกิดเชื้อราภายในช่องคลอด ซึ่งเกิดตามหลังการรับประทานยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้โดยทั่วไปแพทย์จะจัดยาฆ่าเชื้อราให้รับประทาน หลังหยุดยาปฏิชีวนะ 1 สัปดาห์ หรือให้ยาเหน็บช่องคลอดฆ่าเชื้อรา เมื่อแผลผ่าตัดหายดีแล้วคือหลังการผ่าตัด 6-8 สัปดาห์

6) การเกิดรูรั่วระหว่างลําไส้กับช่องคลอด หลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  • bullet_tickเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีโอกาสพบได้น้อยมาก อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ มีไข้สูง, เกิดติดเชื้อในกระแสเลือด, มีหนองไหลออกมาจากช่องคลอด หรือมีอุจจาระไหลออกทางช่องคลอด ทางทฤษฎีถือเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งจําเป็นต้องทําการผ่าตัดแก้ไข ดังนั้นหากผู้เข้ารับการผ่าตัดมีสารคัดหลั่งมีกลิ่นคล้ายอุจจาระจากช่องคลอด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

7) การผ่าตัดมีผลคลาดเคลื่อน หลังการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) มีข้อจำกัด ไม่สามารถรับประกันผลและความพึงพอใจในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคนได้ทั้งหมด เนื่องจากผลการผ่าตัดส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานเดิมของผู้เข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ กรณีช่องคลอดกว้างมาก หรือมีบุตรหลายคน อาจไม่สามารถทำให้ช่องคลอดแคบมากๆได้ และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้เข้ารับการผ่าตัด เพราะกรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลหลังผ่าตัดที่ถูกต้องของผู้เข้ารับการผ่าตัด ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วเกิดแผลแยกหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยเกินการควบคุมของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะแจ้งให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดรับทราบก่อนผ่าตัด
  • bullet_tickกรณีการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) มีผลคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเป็นความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัดที่ต้องการผ่าตัดแก้ไข ก็อาจทำได้โดยการพิจารณาตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดและแพทย์ควรจะปรึกษาร่วมกัน โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขต่อเนื่องภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังการผ่าตัด โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ายาและค่าใช้จ่ายทางวิสัญญีตามจริง