ขนาดใครคิดว่าไม่สำคัญ (Size Matters)

แปลจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วันที่ 19 มิถุนายน 2548 

หัวข้อ การดำรงชีวิต 

สำหรับผู้หญิงบางคน ศัลยกรรมตกแต่งช่องคลอดหรือที่รู้จักกันในนาม การผ่าตัดรีแพร์ ถือเป็นสิ่งมีความจำเป็นสำหรับชีวิต รวมทั้งมีความสำคัญสำหรับชีวิตแต่งงานด้วย สำหรับแพทย์ ความท้าทายบางครั้งก็ทำให้เราสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ การลบริ้วรอยบนใบหน้าโดยการฉีดโบท๊อกซ์ เป็นการยับยั้งสัญญาณบ่งบอกอายุที่เพิ่มขึ้นได้ การดูดไขมันหน้าท้องหรือการยกกระชับหน้าท้อง ช่วยกำจัดไขมันที่สะสมของจากการรับประทานอาหาร การผ่าตัดแปลงเพศ ก็สามารถทำให้คนเราเปลี่ยนเป็นอีกเพศหนึ่งได้

แล้วการแก้ไขจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงล่ะคะ?

Blue-Copy (2) of shutterstock_103662416_New1ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ก็เป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมที่ผู้ชายถึงอยากมีอวัยวะเพศที่ใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ผู้หญิงต้องการมีอวัยวะเพศที่เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะเป็นเรื่องที่น่าขำ–แต่การผ่าตัดที่ดูเหมือนว่าไม่มีความจำเป็นนี้ กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในบรรดาหญิงไทย

การผ่าตัดแก้ไขขนาดช่องคลอด เป็นวิธีการที่ศัลยแพทย์ทำเพื่อตกแต่งช่องคลอดของผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่คลอดบุตรมาแล้วหลายคน เพราะบางครั้งธรรมชาติก็ทำให้ผู้หญิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับฝันร้าย โดยเฉพาะหลังการคลอดบุตรสองถึงสามคนหรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์มานานหลายปี กล้ามเนื้อช่องคลอดก็จะหย่อนยานได้ ซึ่งส่งผลให้ช่องคลอดขยายใหญ่ขึ้น มีผลกระทบต่อความรู้สึกหรือความพึงพอใจในขณะมีเพศสัมพันธ์

มันอาจจะทำให้หลายๆคนหัวเราะ แต่สำหรับคู่สามีภรรยาหลายคู่ คิดว่ามันเป็นเรื่องที่จริงจังและขำไม่ออก และปัญหานี้ถ้าถูกปล่อยทิ้งไว้ อาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา หรือสร้างปัญหาและเกิดความแตกร้าวภายขึ้นในครอบครัวได้

แพทย์หญิง วิทัศศนา เขตต์กลาง เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวช ยอมรับว่าเมื่อเจ็ดปีที่แล้วก่อนเริ่มทำศัลยกรรมตกแต่งช่องคลอด คุณหมอเคยเชื่อว่าศัลยกรรมประเภทนี้ไม่มีความจำเป็นสำหรับคนไข้ของคุณหมอเลย เนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิต

แพทย์หญิง วิทัศศนา กล่าวว่า “ช่วงแรก หมอก็ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด ก็เหมือนกับการผ่าตัดทำจมูก ถ้าคุณไม่ทำผ่าตัด คุณก็ยังหายใจได้ มันไม่ได้มีความสำคัญ หรือความจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาเลย แต่เป็นแค่ความต้องการของคนไข้มากกว่า”

นอกจากการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดแล้ว การผ่าตัดตกแต่งเยื่อพรหมจารี เป็นการตกแต่งแก้ไขบริเวณช่องคลอดอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสร้างความบริสุทธิ์ของหญิงสาวให้กลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยการสร้างเยื่อพรหมจารีใหม่ สำหรับผู้หญิงที่คิดว่าเยื่อพรหมจารีเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ของหญิงสาว และมีความเชื่อในเรื่องของการรักษาพรหมจรรย์ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญก่อนการแต่งงาน ศัลยกรรมประเภทนี้ถือเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเธอได้ เนื่องจากทำให้พวกเธอรู้สึกว่าได้กลับไปเป็นสาวบริสุทธิ์อีกครั้ง

แพทย์หญิง วิทัศศนา กล่าวว่า “ศัลยกรรมตกแต่งรีแพร์ แตกต่างกับศัลยกรรมตกแต่งเยื่อพรหมจารี ศัลยกรรมตกแต่งรีแพร์เป็นการแก้ไขภายในช่องคลอด ขณะที่ศัลยกรรมตกแต่งเยื่อพรหมจารีเป็นการแก้ไขส่วนที่เป็นเยื่อพรหมจารีเท่านั้น ศัลยกรรมเยื่อพรหมจารีได้รับความนิยมอย่างมากในบางประเทศที่เคร่งครัดในเรื่องความบริสุทธิ์ของผู้หญิง แต่โดยความเห็นส่วนตัวหมอก็ไม่แนะนำนะคะ หมอคิดว่าเราไม่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากจนเกินไป หมอคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่เยื่อพรหมจารีบริเวณปากช่องคลอดของผู้หญิงคนนั้นยังมีสภาพดีอยู่หรือไม่”

การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดมีสองประเภท ประเภทแรกคือการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการมีเพศสัมพันธ์ ประเภทที่สองเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะกระบังลมหย่อน การผ่าตัดประเภทที่สองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษา ในบรรดาหญิงไทยที่เข้ารับการผ่าตัดประเภทแรกมีจำนวนมากกว่าประเภทที่สองค่อนข้างมาก

แพทย์หญิง วิทัศศนา ได้ทำการผ่าตัดตกแต่งรีแพร์นานกว่าสิบปี เธอมีคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดประเภทนี้แล้วประมาณกว่า 6,000 ราย แพทย์หญิ งวิทัศศนา เชื่อว่าศัลยกรรมตกแต่งประเภทนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยลงเลย “เมื่อห้าถึงหกปีที่แล้ว หมอผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดประมาณ 70 รายต่อเดือน เยอะไหมคะ” แพทย์หญิง วิทัศศนาถาม “แต่ปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มากขึ้น หมอจึงเหลือคนไข้ที่รับการผ่าตัดช่องคลอดประมาณ 30 คนต่อเดือน”

แพทย์หญิง วิทัศศนา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับเธอแล้วการพูดคุยกันอย่างเปิดอกระหว่างหมอและคนไข้ ถือว่ามีความสำคัญมากก่อนตกลงทำการผ่าตัด “ทุกวันนี้หมอใช้เวลาพูดคุยกับคนไข้ที่ต้องการให้ผ่าตัดให้นานขึ้น ถ้าเขาตัดสินใจจะรับการผ่าตัด และมีความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน รวมทั้งเชื่อว่าการผ่าตัดจะช่วยแก้ปัญหานั้นได้ หมอก็ยินดีช่วยพวกเขาค่ะ

คนไข้ของ แพทย์หญิง วิทัศศนา ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มีฐานะปานกลาง ที่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ และส่วนมากก็มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี และมีบุตรมาแล้วสองถึงสามคน คนไข้บางคนยังไม่มีบุตรแต่ว่าแต่งงานมาแล้วหลายปี เมื่อกล้ามเนื้อช่องคลอดหย่อนยาน ความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์ก็จะหายไป หรือผู้ป่วยบางรายมีปัญหาเรื่องการมีน้ำหล่อลื่นในช่องคลอดที่มากเกินไป

“คนไข้ของหมอเกือบทั้งหมดรู้สึกแย่กับตัวเอง คือพวกเขามีความกังวลเกี่ยวกับการมีอารมณ์และสมรรถภาพทางเพศ บางคนวิตกว่าจะมีปัญหาครอบครัวเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์กับสามี บางคนบอกว่าสามีบ่นไม่พอใจเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ มันก็ฟังดูเหมือนว่าผู้ชายคอยแต่จะเอาเปรียบผู้หญิง แต่ในอีกแง่หนึ่งหมอคิดว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ค่ะ”

แพทย์หญิง วิทัศศนา แนะนำว่า ผู้หญิงที่คิดจะรับการผ่าตัดประเภทนี้ ควรพูดคุยถึงความจำเป็นของการผ่าตัดกับสามีของตนก่อน เพราะจะช่วยสานความสัมพันธ์ของสามีภรรยาไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากการงดเพศสัมพันธ์หลังการผ่าตัดเป็นเวลา 6-8 สัปดาห์  แพทย์หญิง วิทัศศนา กล่าวว่า “กระบวนการก่อนและหลังการผ่าตัดมีความคล้ายคลึงกับการทำผ่าตัดอื่นๆ นั่นคือผู้ป่วยทุกคนต้องได้รับการซักประวัติ ตรวจภายใน รวมทั้งตรวจหาโรคพื้นฐานอื่นๆ ถ้าไม่พบสิ่งผิดปกติ ผู้ป่วยก็สามารถรับการผ่าตัดได้ โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังการผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์ แต่ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจจะแนะนำให้นอนพักที่โรงพยาบาลก่อน 1 คืนเพื่อการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และหลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ผู้ป่วยต้องกลับมารับการตรวจซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด”

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดประเภทนี้จะเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้หญิง แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการเปิดเผย และต้องการให้ข้อมูลการรักษาของตนถูกเก็บไว้เป็นความลับ ผู้ป่วยบางรายไม่ยอมแม้แต่จะให้ชื่อของตนปรากฏในแฟ้มประวัติ

สำหรับแพทย์หญิง วิทัศศนา เธอคิดว่าการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดเป็นสิ่งที่ฝืนกฎธรรมชาติ ช่วงแรกคุณหมอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิงถึงให้ความสำคัญกับขนาดช่องคลอดกันนัก “หมอเคยคิดว่ามันเป็นปัญหาที่เล็กมาก แต่หลังจากการซักประวัติและพูดคุยกับคนไข้ ก็ทำให้หมอเข้าใจปัญหามากขึ้น คำถามมากมายภายในใจก็คลี่คลาย หมอก็เปิดใจมากขึ้น ตอนนี้หมอเข้าใจว่า สำหรับคนไข้บางคนกังวลกับปัญหานี้มาก เนื่องจากคิดว่าปัญหานี้อาจจะนำไปสู่ความแตกร้าวของครอบครัวหรือชีวิตการแต่งงานได้ ด้วยเหตุนี้หมอจึงต้องแก้ปัญหาช่วยพวกเขา”

ดีหรือไม่ที่ฝืนธรรมชาติ ?

“ในฐานะหมอ–หมอไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า ศัลยกรรมประเภทนี้มีความจำเป็นหรือไม่ และเช่นกันในฐานะหมอ ก็ไม่สามารถบอกกับคนไข้ว่า ถ้าขนาดของช่องคลอดเป็นสาเหตุให้สามีไม่รัก ก็ปล่อยเขาไปซะ แต่สิ่งที่หมอทำได้คือพยายามเข้าใจ และแก้ไขปัญหาช่วยพวกเขา หมอคิดว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกหรือผิด แต่เมื่อเราเห็นปัญหา และคิดว่าปัญหานั้นแก้ไขได้  แล้วทำไมเราไม่แก้ไขล่ะคะ?”