การผ่าตัดแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดโดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ TVT-O (Tension-free Vaginal Tape Obturator) 1

blue-shutterstock_94733821มีผู้หญิงหลายล้านคนบนโลกใบนี้ ต้องเผชิญกับภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือภาวะปัสสาวะเล็ด เวลาที่มีการไอ, จาม, หัวเราะ, ออกกำลังกายหรือยกของหนัก ทั้งนี้ภาวะปัสสาวะเล็ดอาจพบร่วมกับภาวะปัสสาวะราด ซึ่งปกติแล้วจะสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในผู้หญิงอายุน้อยได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่คุณผู้หญิงควรทราบคือ ภาวะดังกล่าวนี้นี้สามารถรักษาได้ มีการรักษาอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งสามารถช่วยให้คุณควบคุมอาการเนื่องจากภาวะปัสสาวะเล็ดได้ การรักษาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

โปรดอย่ารีรอที่จะพบแพทย์ เป็นเรื่องง่ายที่จะหยุดปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเนื่องจากภาวะปัสสาวะเล็ด ภาวะปัสสาวะเล็ดอาจจะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกอาย มักจะแยกตัวเอง จำกัดการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายและกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ด้วยการรักษาที่เหมาะสมและถูกต้อง จะช่วยให้คุณผู้หญิงสามารถจัดการกับภาวะดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น 

การแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดทำได้ 2 วิธี คือ

1) วิธีการไม่ผ่าตัด ได้แก่
  • bullet_tickการใส่ตัวพยุงในช่องคลอด (Vaginal Pessary)
  • bullet_tickการขมิบกล้ามเนื้อของช่องคลอด (Kegel Exercise) ซึ่งเป็นวิธีปลอดภัยที่สุด แต่ต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 3-6 เดือน จึงจะได้ผลและผลที่ได้มีขีดจำกัด
  • bullet_tickการใช้เลเซอร์รักษา ภาวะไอ, จาม ปัสสาวะเล็ด แบบที่ไม่มีบาดแผล เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีการนำมาใช้ในงาน ศัลยกรรมนรีเวชทางเดินปัสสาวะมาก่อน ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช โรงพยาบาลยันฮี ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาลในเมืองไทยที่เปิดให้บริการเลเซอร์รักษาภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดแบบที่ไม่มีบาดแผล ผู้เข้ารับบริการจะไม่มีอาการปวดและไม่มีการสูญเสียเลือด แต่อย่างไรก็ตามการรักษาภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดโดยวิธีนี้มีข้อจำกัด ควรทําในสุภาพสตรีที่มีโรคประจำตัว ที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัด TVT-O ได้ และมีภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดที่ไม่รุนแรง เพราะผลการรักษาที่ได้ เป็นผลมาจากการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอบๆช่องคลอด ซึ่งเนื้อเยื่อช่องคลอดของผู้หญิงแต่ละคน ก็อาจมีการตอบสนองต่อเลเซอร์–สร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่ากัน การรักษาโดยวิธีนี้ไม่สามารถรักษาอาการปัสสาวะเล็ดได้ถาวร–ทำ 1 คอร์ส สามารถอยู่ได้ 1 ปี (ส่วนใหญ่ 1 คอร์ส จะทำ 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 2-4 สัปดาห์)
2) การผ่าตัด ที่นิยมและได้ผลในปัจจุบัน ได้แก่
  • bullet_tickการผ่าตัดเย็บเนื้อเยื่อบริเวณใกล้คอปัสสาวะ ไปยึดติดกับกระดูกหัวหน่าว
  • bullet_tickการฉีดสารเติมเต็มเข้าที่คอปัสสาวะ เพื่อป้องกันการเปิดตัวของหูรูดของท่อปัสสาวะก่อนกำหนด
  • bullet_tickการผ่าตัดใส่สายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ TVT-O technique หรือ MiniArc technique
  • bullet_tickสําหรับการผ่าตัด A-P รีแพร์  ไม่สามารถรักษาอาการปัสสาวะเล็ดได้ถาวร ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีโอกาสที่จะมีปัสสาวะเล็ดได้อีก ในระยะ 5 ปีหลังการผ่าตัด

normal bladder no urine leakage

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง
ท่อปัสสาวะได้รับการพยุงเป็นอย่างดีจึงไม่ทำให้ ปัสสาวะเล็ด 

 

normal bladder with urine leakage

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอ
พยุงท่อปัสสาวะไม่ได้ จึงทำให้มีปัสสาวะเล็ด

 

ข้อควรทราบและการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดแก้ไขปัสสาวะเล็ด โดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ TVT-O

  • bullet_tickการผ่าตัดแก้ไขปัสสาวะเล็ด โดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ TVT-O คือขั้นตอนในการผ่าตัดรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดในเวลาที่มีการไอ จาม หรือยกของหนัก เป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย อัตราความสำเร็จ 85% -90% เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะปัสสาวะเล็ด ซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดด้านหน้า ทําให้ไม่สามารถพยุงท่อปัสสาวะไม่ให้มีการหย่อนตัว ในขณะที่มีการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง (ขณะ ไอ, จามหรือยกของหนัก)
  • bullet_tickเนื่องจากขณะ ไอ จาม หรือยกของหนัก ก็จะมีแรงดันจากในช่องท้องกดลงมาบนกระเพาะปัสสาวะ–แล้วแรงดันนั้นจะถูกส่งต่อไปที่ปัสสาวะที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะนั้นมีแรงดันที่สูงขึ้นและส่งแรงดันไปที่ท่อปัสสาวะและหูรูดท่อปัสสาวะ–ซึ่งท่อปัสสาวะและหูรูดท่อปัสสาวะที่หย่อนตัวนั้นไม่สามารถปิดกั้นแรงดันปัสสาวะที่ถูกส่งผ่านแรงดันมาจากในกระเพาะปัสสาวะได้ ส่งผลให้มีภาวะปัสสาวะเล็ด
  • bullet_tickในช่วงของการปรึกษาผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขปัสสาวะเล็ด โดยสายเทปคล้องใต้ท่อปัสสาวะ TVT-O จะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา เพื่อซักประวัติและตรวจภายใน กรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ในช่องคลอดก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว เช่น เชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดควรรักษาภาวะติดเชื้อในช่องคลอดให้หายก่อนทำการผ่าตัด

อ่านต่อ>>