การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอดหรือการผ่าตัดตกแต่งฝีเย็บ (Perineoplasty/Perinealplasty) 2

ขั้นตอนในวันนัดหมายของการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • shutterstock_231942370bullet_tickกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด และผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไม่มีโรคประจำตัว ก่อนการผ่าตัดผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะต้องกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งจะถือเป็นใบอนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่และแพทย์ สามารถทำการผ่าตัดคุณได้ จากนั้นพยาบาลของศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช จะอธิบายขั้นตอนการผ่าตัดและแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการทำผ่าตัดให้ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดทราบข้อมูลโดยละเอียด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งรายละเอียดของใบเซ็นแสดงความยินยอมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickในกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด แต่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง ก่อนการผ่าตัดผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการประเมินสุขภาพจากอายุรแพทย์ ว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หรือไม่ ทั้งนี้อายุรแพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกายและตรวจเลือดจำเพาะโรค เพื่อการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม รวมทั้งอาจจะต้องมีการตรวจคลื่นหัวใจและเอ็กซเรย์ปอด ซึ่งจำเป็นในผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดบางราย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการปรึกษาอายุรแพทย์และค่าทดสอบทางห้องปฏิบัติการในส่วนนี้ ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องชำระเองเพิ่มเติมทั้งหมดตามราคาจริง หลังจากอายุรแพทย์ประเมินว่าผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เจ้าหน้าที่จะนำผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดกลับมายัง ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช เพื่อกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการรักษา จากนั้นพยาบาลจะอธิบายขั้นตอนการผ่าตัดและแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการทำผ่าตัดให้ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดทราบข้อมูลโดยละเอียด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งรายละเอียดของใบเซ็นแสดงความยินยอมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickหลังจากเสร็จขั้นตอนของเอกสารแสดงความยินยอมและคำแนะนำหลังการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไปชำระค่าบริการการผ่าตัดทั้งหมดที่แคชเชียร์ กรณีต้องการฝากเครื่องประดับและของมีค่า รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ทางโรงพยาบาลก็จะมีเจ้าหน้าที่แคชเชียร์รับฝากของ ซึ่งผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดสามารถรับของมีค่าทั้งหมดคืนได้ก่อนกลับบ้าน
  • bullet_tickจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไปพบกับเภสัชกร เพื่อรับยารับประทานหลังการผ่าตัด รวมทั้งในกรณีผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีข้อสงสัยในการรับประทานยา โปรดสอบถามข้อสงสัยจากเภสัชกร
  • bullet_tickหลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) กลับมายังศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช เพื่อที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมายังบริเวณห้องผ่าตัด ทั้งนี้เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด (ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด) และนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปที่ห้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัด เจ้าหน้าที่ที่ห้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดจะช่วยเหลือผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดในการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อใส่ชุดคลุมผ่าตัด และมอบสายรัดข้อมือสำหรับระบุตัวตนให้กับผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลจะทำการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานต่างๆ รวมทั้งสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิ, การหายใจ, ความดันโลหิตและชีพจร
  • bullet_tickหากผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดทาเล็บ อาจจำเป็นต้องล้างออกก่อนเข้ารับการผ่าตัดและต้องถอดคอนแทคเลนส์, แว่นตา, ฟันปลอม รวมทั้งต้องถอดเครื่องประดับออกทุกชิ้นก่อนเข้าห้องผ่าตัด หากว่ามีชิ้นใดที่ไม่สามารถถอดออกได้ จะมีการแปะเทปกาวเอาไว้เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยา กรณีที่มีการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า 
  • bullet_tickก่อนเข้าห้องผ่าตัดผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) จะได้รับการฉีดยาปฏิชีวนะภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนการทำหัตถการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด 

หลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปยังห้องผ่าตัด ซึ่งผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำห้องผ่าตัดต่อไป

ขั้นตอนการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) จะทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที โดยการฉีดยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดหลับ แพทย์จึงจะฉีดยาชาที่บริเวณที่จะทำการผ่าตัดคือบริเวณด้านหลังของผนังช่องคลอด
  • bullet_tickหลังการฉีดยาชา–ยาชาออกฤทธิ์–แพทย์จึงจะทําการผ่าตัดเลาะเอาผนังช่องคลอดด้านหลัง (ความลึกประมาณ 5 เซนติเมตร) และผิวหนังส่วนเกินบริเวณปากช่องคลอดทิ้ง ดังนั้นผนังช่องคลอดทางด้านหลังจะขาดออกจากกันเป็นรูปลิ่มหรือตัววีกลับหัว หลังจากนั้นแพทย์จะนําขอบแผลทั้งสองข้างหรือขาของตัว V ทั้งสองข้างมาชิดกันใหม่–แล้วจะทําการเย็บขอบแผลให้ติดกันด้วยไหมละลายช้า โดยเริ่มที่ด้านแหลมของตัว V ที่อยู่ในช่องคลอดก่อน–โดยทําการเย็บทั้งหมด 2 หรือ 3 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสม เพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด

หลังผ่าตัด

 

อ่านต่อ>>