การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอดหรือการผ่าตัดตกแต่งฝีเย็บ (Perineoplasty/Perinealplasty) 2

ขั้นตอนในวันนัดหมายของการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • shutterstock_231942370bullet_tickกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด และผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไม่มีโรคประจำตัว ก่อนการผ่าตัดผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะต้องกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการรักษา ซึ่งจะถือเป็นใบอนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่และแพทย์ สามารถทำการรักษาคุณได้ จากนั้นพยาบาลของศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช จะอธิบายขั้นตอนการผ่าตัดและแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการทำผ่าตัดให้ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดทราบข้อมูลโดยละเอียด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งรายละเอียดของใบเซ็นแสดงความยินยอมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickในกรณีที่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัด แต่ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง ก่อนการผ่าตัดผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการประเมินสุขภาพจากอายุรแพทย์ ว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หรือไม่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ทั้งนี้อายุรแพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดจำเพาะโรค เพื่อการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม รวมทั้งอาจจะต้องมีการตรวจคลื่นหัวใจและเอ็กซเรย์ปอด ซึ่งจำเป็นในผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดบางราย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการปรึกษาอายุรแพทย์และค่าทดสอบทางห้องปฏิบัติการในส่วนนี้ ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องชำระเองเพิ่มเติมทั้งหมดตามราคาจริง หลังจากอายุรแพทย์ประเมินว่าผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เจ้าหน้าที่จะนำผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดกลับมายัง ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช เพื่อกรอกเอกสารแสดงความยินยอมเข้ารับการรักษา จากนั้นพยาบาลจะอธิบายขั้นตอนการผ่าตัดและแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการทำผ่าตัดให้ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดทราบข้อมูลโดยละเอียด โปรดสอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งรายละเอียดของใบเซ็นแสดงความยินยอมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickหลังจากเสร็จขั้นตอนของเอกสารแสดงความยินยอมและคำแนะนำหลังการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไปชำระค่าบริการการผ่าตัดทั้งหมดที่แคชเชียร์ กรณีต้องการฝากเครื่องประดับและของมีค่า รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ทางโรงพยาบาลก็จะมีเจ้าหน้าที่แคชเชียร์รับฝากของ ซึ่งผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดสามารถรับของมีค่าทั้งหมดคืนได้ก่อนกลับบ้าน
  • bullet_tickจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ไปพบกับเภสัชกร เพื่อรับยารับประทานที่บ้านหลังการผ่าตัด รวมทั้งในกรณีผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีข้อสงสัยในการรับประทานยา โปรดสอบถามข้อสงสัยจากเภสัชกร
  • bullet_tickหลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) กลับมายังศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช เพื่อที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมายังบริเวณห้องผ่าตัด ทั้งนี้เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด (ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด) และนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปที่ห้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัด เจ้าหน้าที่ที่ห้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดจะช่วยเหลือผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดในการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อใส่ชุดคลุมผ่าตัด และมอบสายรัดข้อมือสำหรับระบุตัวตนให้กับผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลจะทำการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานต่างๆ รวมทั้งสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิ, การหายใจ, ความดันโลหิตและชีพจร
  • bullet_tickผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องถอดคอนแทคเลนส์, แว่นตา, ฟันปลอมและเครื่องประดับออกทุกชิ้นก่อนเข้าห้องผ่าตัด หากว่ามีชิ้นใดที่ไม่สามารถถอดออกได้ จะมีการแปะเทปกาวเอาไว้เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยา กรณีที่มีการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า รวมทั้งหากผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดทาเล็บ อาจจำเป็นต้องล้างออกก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickก่อนเข้าห้องผ่าตัดผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) จะได้รับการฉีดยาปฏิชีวนะภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนการทำหัตถการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด 

หลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดไปยังห้องผ่าตัด ซึ่งผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำห้องผ่าตัดต่อไป

ขั้นตอนการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) จะทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที โดยการฉีดยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดหลับ แพทย์จึงจะฉีดยาชาที่บริเวณที่จะทำการผ่าตัดคือบริเวณด้านหลังของผนังช่องคลอด
  • bullet_tickหลังการฉีดยาชา–ยาชาออกฤทธิ์–แพทย์จึงจะทําการผ่าตัดเลาะเอาผนังช่องคลอดด้านหลัง (ความลึกประมาณ 5 เซนติเมตร) และผิวหนังส่วนเกินบริเวณปากช่องคลอดทิ้ง ดังนั้นผนังช่องคลอดทางด้านหลังจะขาดออกจากกันเป็นรูปลิ่มหรือตัววีกลับหัว หลังจากนั้นแพทย์จะนําขอบแผลทั้งสองข้างหรือขาของตัว V ทั้งสองข้างมาชิดกันใหม่–แล้วจะทําการเย็บขอบแผลให้ติดกันด้วยไหมละลายช้า โดยเริ่มที่ด้านแหลมของตัว V ที่อยู่ในช่องคลอดก่อน–โดยทําการเย็บทั้งหมด 2 หรือ 3 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสม เพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด

ขั้นตอนหลังการผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickหลังเสร็จจากการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดรู้สึกตัวดี, สัญญาณชีพปกติ, ตรวจแผลผ่าตัดแล้ว ไม่มีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมากผิดปกติ และผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถปัสสาวะได้เอง รวมทั้งเมื่อมีการถามตอบเพื่อทบทวนซํ้าอีกครั้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด–แล้วผู้เข้ารับการผ่าตัดเข้าใจดี–สามารถตอบคําถามการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดได้ถูกต้อง–แพทย์หญิง วิทัศศนา จึงจะอนุญาตให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดกลับบ้านได้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการมึนงง, เวียนศีรษะ จากการฉีดยานอนหลับ ควรนอนพักเพื่อสังเกตอาการจนกว่าอาการจะดีขึ้น 
  • bullet_tickในผู้เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) บางรายที่กังวลกับความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด หรือพักอยู่ต่างจังหวัด แพทย์อาจจะแนะนําให้นอนพักโรงพยาบาล 1 คืน ซึ่งหลังเสร็จจากการผ่าตัดมีความจำเป็นที่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ เพื่อป้องกันอาการปัสสาวะลำบากหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการส่งไปสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง เมื่อรู้สึกตัวดีแพทย์จึงจะอนุญาตให้กลับไปนอนพักสังเกตอาการต่อที่ตึกผู้ป่วยใน
  • bullet_tickที่ตึกผู้ป่วยในผู้เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) จะได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัด, ยาแก้อักเสบที่ช่วยลดอาการปวดแผลผ่าตัดและยาพาราเซตามอลแก้ปวด กรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีอาการปวดแผลมาก อาการปวดไม่ดีขึ้นหลังการรับประทานยาแก้ปวด ผู้เข้ารับการผ่าตัดก็จะได้รับยาแก้ปวดชนิดฉีดเพื่อบรรเทาอาการปวด
  • bullet_tickในวันแรกหลังการผ่าตัดตกแต่งด้านหลังปากช่องคลอด (ฝีเย็บ ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดไม่ควรอาบน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด อาจใช้การเช็ดตัวไปก่อน สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด หรือหลังจากได้รับการถอดสายสวนปัสสาวะแล้ว
  • bullet_tickในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะสามารถลุกและเดินไปรอบๆได้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการถอดสายสวนปัสสาวะ หลังจากนั้นถ้าผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถปัสสาวะได้เองหลังการถอดสายสวนปัสสาวะ และหลังการตรวจแผลผ่าตัดแล้วไม่มีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมากผิดปกติ รวมทั้งเมื่อมีการสอบถามเพื่อทบทวนซํ้าอีกครั้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด แล้วผู้เข้ารับการผ่าตัดเข้าใจดี สามารถตอบคําถามการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดได้ถูกต้อง แพทย์หญิง วิทัศศนา จึงจะอนุญาตให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดกลับบ้านได้ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการถอดสายสวนปัสสาวะ หลังจากนั้นถ้าผู้เข้ารับการผ่าตัด

การปฏิบัติตัวและดูแลหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickเมื่อกลับบ้านผู้เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) จะได้รับยาปฏิชีวนะ, ยาแก้อักเสบ, ยาพาราเซตามอลและยาระบายเพื่อป้องกันภาวะท้องผูก ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะควรรับประทานให้ครบทั้งหมด
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) 1-2 วัน ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทำความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณปากช่องคลอดด้วยการฟอกสบู่ขณะอาบน้ำในตอนเช้าและ/หรือก่อนนอนทุกครั้ง ไม่ควรพยายามทำความสะอาดในช่องคลอด โดยการล้วงเข้าไปในช่องคลอดหรือพยายามสอดใส่น้ำยาฆาเชื้อเข้าไปในช่องคลอด
  • bullet_tickในระยะเวลา 2-3 วันแรกหลังผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัด ควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆที่เคยทำเป็นประจำ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจจะมีความรู้สึกปวดเบ่งคล้ายอยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา เนื่องจากมีการเย็บบริเวณส่วนที่กั้นระหว่างปากช่องคลอดกับทวารหนักที่มีหูรูดทวารหนักอยู่ ดังนั้นผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรนอนพักเพื่อลดอาการปวดและลดการอักเสบบริเวณแผลผ่าตัด และควรหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระจากภาวะท้องผูก โดยการรับประทานยาระบาย รวมทั้งเนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ซึ่งได้แก่ การเดิน, การขึ้นลงบันไดหรือการทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ ดังนั้นการหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆก็จะช่วยให้แผลผ่าตัดไม่ถูกขยับไปมาเกือบตลอดเวลาหลังการผ่าตัด ซึ่งก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะแผลแยกได้  
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) อาจมีเลือดสีแดงจางๆออกจากช่องคลอดในระยะ 1-2 สัปดาห์แรก ควรใส่ผ้าอนามัยเพื่อสังเกตปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอด กรณีผู้เข้ารับการผ่าตัดมีเลือดออกมากชุ่มผ้าอนามัย หรือมีเลือดออกเป็นก้อนสีแดงสด กรุณาโทรติดต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อขอรับคำแนะนำ หรือกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลผ่าตัด
  • bullet_tickในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรพยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นบริเวณแผลผ่าตัดเพื่อช่วยให้แผลแห้งและหายเร็วขึ้น สำหรับการทำความสะอาดบริเวณปากช่องคลอดหลังปัสสาวะ สามารถทำได้โดยการซับด้วยทิชชูเปียก (Sanitary Wipes) และหลังการถ่ายอุจจาระ โดยการล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆให้แห้ง 
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) อาจมีตกขาวสีเหลืองเข้ม หรือตกขาวมีสีคล้ายหนอง ผู้เข้ารับการผ่าตัดโปรดอย่ากังวลใจ เนื่องจากภายในช่องคลอดจะเต็มไปด้วยสารคัดหลั่งในช่องคลอดและแบคทีเรียต่างๆ ทําให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดและไหมที่เย็บแผลผ่าตัดในช่องคลอด ซึ่งต้องใช้เวลานาน 6-8 สัปดาห์แผลที่ผ่าตัดจึงจะติดดีและไหมจะละลายได้หมด ทั้งนี้เมื่อแผลผ่าตัดหายดีแล้วอาการดังกล่าวจะหายเป็นปกติ ยกเว้นในกรณีตกขาวมีกลิ่นเหม็น ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจจะต้องได้รับยารับประทานเพิ่มเติม
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีตกขาวสีขาวปนเขียว และมีอาการคันในช่องคลอดมากกว่าปกติ เนื่องจากเชื้อราภายในช่องคลอด ซึ่งเกิดตามหลังการรับประทานยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้โดยทั่วไปแพทย์จะจัดยาฆ่าเชื้อราให้รับประทาน หลังหยุดยาปฏิชีวนะ 1 สัปดาห์ หรือให้ยาเหน็บช่องคลอดฆ่าเชื้อราเมื่อแผลผ่าตัดหายดีแล้ว คือหลังการผ่าตัด 6-8 สัปดาห์
  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ควรยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ของหมักดองและงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 15 วันหลังการผ่าตัด

วันนัดหลังผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ครั้งที่ 1

  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ควรมาพบแพทย์ตามนัด ทั้งนี้แพทย์หญิง วิทัศศนา จะนัดตรวจแผลผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ครั้งแรกหลังการผ่าตัด 1-2 สัปดาห์ รวมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลแผลผ่าตัดและให้การตรวจรักษาในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด 

การพักฟื้นหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickวิธีการพักฟื้นอาจจะแตกต่างกันออกไปในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคน ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) บริเวณที่ทำการผ่าตัดยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่อนข้างมาก ดังนั้นผู้เข้ารับการผ่าตัดควรจะค่อยๆเริ่มกลับมาทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆที่ต้องใช้กำลังได้เล็กน้อย และยกของเบาๆได้  แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพที่ต้องเดินมากๆ และการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ
  • bullet_tickในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 2-4 หลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) บริเวณที่ทำการผ่าตัดอาจจะยังคงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่อย่างไรก็ตามผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆที่ต้องใช้กำลังปานกลางได้พอควร แต่ควรงดการออกกําลังกายทุกชนิด
  • bullet_tickในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 4-6 หลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถทำกิจกรรมต่างๆทางกายภาพที่ต้องใช้กำลังปานกลางได้มากขึ้น และสามารถออกกำลังกายที่ใช้แรงของลำตัวช่วงบนได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพ ที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานที่ส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัด เช่น การวิ่งออกกำลังกายหรือการเดินเร็ว, การแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ, การว่ายน้ำ, การออกกําลังกายโดยการยกนํ้าหนัก, การขี่จักรยาน, การเล่นโยคะและการซิทอัพ รวมทั้งควรงดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์

วันนัดหลังผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ครั้งที่ 2

  • bullet_tickหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) โดยทั่วไปจะมีการนัดตรวจแผลผ่าตัดครั้งที่ 2 หลังการผ่าตัด 6-8 สัปดาห์ เพื่อติดตามผลลัพธ์หลังการผ่าตัด รวมทั้งให้คําแนะนําก่อนการเริ่มมีเพศสัมพันธ์ 
  • bullet_tickไหมที่ใช้เย็บแผลผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) เป็นไหมที่ละลายช้าภายใน 6-8 สัปดาห์ แต่พบว่าในผู้เข้ารับการผ่าตัดบางราย อาจใช้เวลานานกว่า 6-8 สัปดาห์ไหมจึงจะละลายหมด ทำให้เกิดอาการระคายเคืองจากไหมที่ใช้เย็บในการผ่าตัด ในผู้เข้ารับการผ่าตัดที่มีอาการคันหรืออาการระคายเคืองมาก แนะนำให้รับประทานยาแก้แพ้ เพื่อช่วยบรรเทาอาการคัน และควรมาพบแพทย์ก่อนนัด เพื่อตัดไหมส่วนที่ยังไม่ละลาย ทั้งนี้เพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง

ราคาค่าผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • bullet_tickราคาผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) เหมาจ่ายนี้รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการผ่าตัด, ค่าแพทย์และค่ายากลับบ้าน แต่ไม่รวมการตรวจสอบทางเคมีจำเพาะและค่าปรึกษาแพทย์ทางอายุรกรรม ซึ่งจำเป็นในผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายที่มีโรคประจำตัว และไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายกรณีที่มีการผ่าตัดแก้ไข เพื่อให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดพอใจผลลัพธ์ของการผ่าตัดตามที่ต้องการ 
  • bullet_tickในกรณีที่ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) มีภาวะแทรกซ้อน เช่น มีเลือดออกมากผิดปกติจากแผลผ่าตัด, แผลผ่าตัดแยกหรือการเกิดรูรั่วระหว่างลําไส้ตรงกับช่องคลอด ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องจนกว่าภาวะดังกล่าวจะดีขึ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นแต่ในกรณีภาวะแทรกซ้อน เกิดจากการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง หรือมีเพศสัมพันธ์ก่อนแพทย์อนุญาต ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อรักษาต่อเนื่องเองทั้งหมด ไม่ว่าจะรักษาเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลใดก็ตาม