การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด (Anterior Posterior Vaginal Repair) 2

ข้อควรทราบก่อนการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังผนังช่องคลอด

การแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดหรือการผ่าตัดแก้ไขหรือภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนทำได้ 4 วิธี คือ
blue-shutterstock_87116572_New11) การขมิบกล้ามเนื้อของช่องคลอด (Kegel Exercise)
  • bullet_tickซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องมีการฝึกขมิบอย่างถูกต้อง และฝึกขมิบนานอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะได้ผลและผลที่ได้ก็มีขีดจำกัด
2) การใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบที่ไม่มีบาดแผล (Incisionless Laser Vaginal Tightening)
  • bullet_tickเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีการนำมาใช้ในงานศัลยกรรมทางนรีเวชทางเดินปัสสาวะมาก่อน ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช โรงพยาบาลยันฮี ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลหลายๆแห่งในประเทศไทย ที่เปิดให้บริการทำ เลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบที่ไม่มีบาดแผล (คลิก ดูรายละเอียด)
  • bullet_tickแต่อย่างไรก็ตามการทำเลเซอร์เพื่อแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดหรือแก้ไขกระบังลมหย่อน โดยวิธีนี้มีข้อจำกัด คือการทําเลเซอร์ชนิดนี้ควรทําในสุภาพสตรีที่มีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนไม่มากนัก เนื่องจากความกระชับที่ได้เป็นผลมาจากเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอบๆช่องคลอด ซึ่งเนื้อเยื่อช่องคลอดของผู้หญิงแต่ละคนก็อาจจะมีการตอบสนองต่อเลเซอร์ สร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่ากัน 
3) การผ่าตัดตกแต่งด้านหลังช่องคลอด (รีแพร์) (Posterior Vaginal Repair)
  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดส่วนเกินทางด้านหลังออกไปบางส่วน แล้วเย็บซ่อมแผลผ่าตัดตลอดแนวตามความยาวของช่องคลอด การผ่าตัดจะช่วยให้ภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดด้านหลังดีขึ้น และช่วยลดขนาดความกว้างของช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้น ทั้งนี้การผ่าตัดนี้จะช่วยแก้ไขภาวะหย่อนยานของช่องคลอดให้ดีขึ้นบางส่วน แต่จะไม่สามารถแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดหรือภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนชนิดรุนแรงได้
4) การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด (Anterior Posterior Vaginal Repair)
  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน โดยการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดและเนื้อเยื่อส่วนเกินทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดหรือภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนชนิดรุนแรง อันเนื่องมาจากการคลอดบุตรหลายคน สามารถลดขนาดช่องคลอดได้มากกว่าการผ่าตัดรีแพร์ทางด้านหลัง (Posterior Vaginal Repair)

ข้อควรทราบและการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด

  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด (Anterior Posterior Vaginal Repair) จะช่วยแก้ไขภาวะท่อปัสสาวะ, กระเพาะปัสสาวะ, ลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรงหย่อน ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนดีขึ้น และในขณะเดียวกันก็ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นด้วย ทั้งนี้ในกรณีของการรักษาเรื่องอาการปัสสาวะเล็ดนั้น การผ่าตัดตกแต่งทางด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ไม่สามารถรักษาอาการปัสสาวะเล็ดได้ถาวร ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะกลับมามีภาวะปัสสาวะเล็ดได้อีก ภายในระยะ 5 ปีหลังการผ่าตัด 
  • bullet_tickในช่วงของการปรึกษาผู้ป่วยจะได้พบกับ แพทย์หญิง วิทัศศนา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดของการผ่าตัดตกแต่งทางด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ผู้ป่วยจะได้รับการซักประวัติและตรวจภายใน กรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ในช่องคลอดก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว เช่น เชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย ควรรักษาภาวะติดเชื้อในช่องคลอดให้หายก่อนทำการผ่าตัด
  • bullet_tickหลังการตรวจภายใน ผู้ป่วยจะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับพยาธิสภาพของช่องคลอดก่อนการผ่าตัด, ข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังของช่องคลอด, การให้ยาระงับความรู้สึกขณะทำการผ่าตัด, ประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการทำผ่าตัด, ทางเลือกในการรักษา, โอกาสของความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนในการทำผ่าตัด, รายละเอียดเกี่ยวกับการพักฟื้นหลังการผ่าตัด รวมทั้งจะมีการแจ้งราคาค่าใช้จ่ายก่อนการตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด
  • bullet_tickไม่แนะนำให้ทำการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังของช่องคลอด ในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งในกรณีที่ผู้ป่วยที่ไม่ได้แจ้งแฟนหรือคู่สมรส ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจกัน ในการงดการมีเพศสัมพันธ์หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องไม่ตั้งครรภ์หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนนี้ แม้จะไม่เคยมีรายงานถึงผลเสียของการผ่าตัดต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์
  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอดมีข้อจำกัด ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์และความพึงพอใจในผู้ป่วยแต่ละคนได้ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของผู้ป่วย ได้แก่ กรณีมีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนมาก เนื่องจากมีบุตรหลายคน และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้ป่วย เพราะกรณีผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลหลังผ่าตัดที่ถูกต้องของผู้ป่วย ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยเกินการควบคุมของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะแจ้งให้ผู้ป่วยรับทราบก่อนการผ่าตัด
  • bullet_tickอย่างไรก็ตามทั้งนี้อาจจะเกิดจากสาเหตุใดๆก็ตาม ที่ทําให้การผ่าตัดตกแต่งทางด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด มีผลคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น การผ่าตัดแก้ไขก็อาจทำได้โดยการพิจารณาตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้ป่วยและแพทย์ควรจะปรึกษาร่วมกัน โดยผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขต่อเนื่องภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังการผ่าตัด โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ายา ค่าห้องและค่าใช้จ่ายทางวิสัญญีตามจริง
  • bullet_tickผู้ป่วยจะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับ ภาวะแทรกซ้อน ทั่วไปของการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด ได้แก่ ภาวะเลือดออกผิดปกติ, ภาวะแผลติดเชื้อ, ภาวะแผลแยก, ความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด, การแพ้ยาหรือสารอื่นๆที่ใช้ในการผ่าตัด, การเกิดตกขาวมากผิดปกติหรือการเกิดเชื้อราในช่องคลอด รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนจำเพาะของการผ่าตัด ได้แก่ ภาวะปัสสาวะลําบาก, ภาวะปัสสาวะไม่ออกหลังการผ่าตัด, การเกิดรูรั่วระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับช่องคลอด หรือการเกิดรูรั่วระหว่างลําไส้กับช่องคลอดหลังการผ่าตัด เป็นต้น 
  •  bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด บริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากภาวะเลือดออกมากผิดปกติในระหว่างผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัดได้ เพราะเป็นการผ่าตัดในบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก ภาวะเลือดออกผิดปกติอาจพบได้ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ผู้ป่วยไม่ควรรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาลดการแข็งตัวของเลือด 10-15 วันก่อนหรือหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด บริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะแผลแยกได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผลผ่าตัดจะถูกขยับไปมาเกือบตลอดเวลาหลังการผ่าตัด เพราะอยู่ในบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ดังนั้นแพทย์ที่ทำผ่าตัดจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการผ่าตัด และมีเทคนิคการเย็บแผลผ่าตัดที่ดีในการป้องกันการเกิดภาวะแผลแยก รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลหลังผ่าตัดที่ถูกต้องของผู้ป่วย ผู้ป่วยควรจะต้องหยุดทำงานและงดกิจกรรมต่างๆที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด ซึ่งได้แก่ การเดินหรือการทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ 
  • bullet_tickอีกทั้งในการผ่าตัดตกแต่งทางด้านหน้าและด้านหลังของช่องคลอด  บริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการอักเสบและการติดเชื้อของแผลผ่าตัด ซึ่งทำให้เกิดภาวะแผลแยกได้ เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่บริเวณที่อับชื้นและอยู่ใกล้ทางเดินปัสสาวะและทางเดินอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียต่างๆ ที่พร้อมที่จะเข้ามาก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยกโดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด และการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งสําคัญ
  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งทางด้านหน้าและด้านหลังของช่องคลอด จะทำการผ่าตัดโดยการดมยาสลบ ผู้ป่วยจึงต้องงดน้ำและอาหาร ก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักเศษอาหารในระหว่างหรือหลังจากการทำผ่าตัด หลังการผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีอาการมึนงง, เวียนศีรษะ ควรนอนพักเพื่อสังเกตอาการจนกว่าอาการจะดีขึ้น
เมื่อพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด โปรดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนัดวันผ่าตัด หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติการแพ้ยา กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่และแพทย์ก่อนการผ่าตัด

อ่านต่อ>>