การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดหรือการผ่าตัดรีแพร์ (Vaginoplasty/Posterior Vaginal Repair) 1

thumb_IMG_2415_1024คือวิธีการผ่าตัดกระชับช่องคลอด เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ บ่อยครั้งที่ผู้หญิงมักจะบ่นว่าช่องคลอดหลวม ซึ่งทำให้พวกเธอรู้สึกไม่เหมือนเดิมระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ และไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้เหมือนเดิม ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญก็คือ การขาดแรงเสียดสีภายในช่องคลอด

การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) ยังเป็นวิธีการในการรักษาภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง ซึ่งสาเหตุเกิดเนื่องจากโครงสร้างต่างๆที่พยุงอุ้งเชิงกรานนั้นเสื่อมตัว ทําให้ผนังช่องคลอดด้านหลังซึ่งกั้นระหว่างลําไส้และช่องคลอดบางลง ส่งผลให้ลำไส้ดันผนังช่องคลอดทางด้านหลัง และทำให้มีก้อนโผล่เข้าไปในช่องคลอดและ/หรือบริเวณปากช่องคลอด 

อาการต่างๆของภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง ได้แก่ มีอาการท้องผูกเรื้อรัง, กลั้นผายลมไม่อยู่, กลั้นปัสสาวะไม่อยู่, มีก้อนตุงบริเวณปากช่องคลอด, ปวดถ่วงตรงช่องทวารหนัก, ปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์, ปวดหลังด้านล่างและปวดมากขึ้นในตอนเย็น รวมทั้งมีอาการที่เกิดจากภาวะช่องคลอดหลวม เช่น มีลมหรือมีเสียงคล้ายผายลมออกจากช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์

สาเหตุของภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง ที่ทำให้เกิดภาวะช่องคลอดหลวมเกิดจาก ได้แก่ การคลอดบุตรหลายคนหรือการใช้เวลาในการคลอดนาน, การใช้ปากคีมหรือวิธีการช่วยเหลืออื่นๆในการคลอด, เกิดจากการตัดเพื่อขยายปากช่องคลอดในการคลอด, เกิดจากการมีอาการท้องผูกเรื้อรังหรือความเครียดเรื้อรัง ซึ่งมีผลกับการเคลื่อนไหวของลำไส้, หรือเกิดเนื่องจากอายุที่มากขึ้น, รวมทั้งเกิดตามหลังการตัดมดลูก เพราะการตัดมดลูกทําให้มีการตัดหรือเกิดการทําลายโครงสร้างต่างๆรวมทั้งเอ็นและเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆปากมดลูก ที่ทําหน้าที่พยุงรอบๆผนังช่องคลอดทางด้านบน ที่ช่วยพยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกราน อย่างไรก็ตามภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอด ที่ทำให้เกิดภาวะช่องคลอดหลวม ในบางครั้งก็อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ในผู้หญิงที่มีอายุน้อยหรือในผู้หญิงที่ไม่เคยคลอดบุตร

ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ในการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) ซึ่งส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำ เที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเลเซอร์สามารถควบคุมความความลึกของแผลผ่าตัดได้ ทําให้ช่วยลดการเสียเลือดและช่วยลดการทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลผ่าตัด รวมทั้งเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านล่างของแผลผ่าตัด ทําให้ส่งผลดีต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัด ทำให้การทำผ่าตัดด้วยเลเซอร์ได้ผลที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับการทำผ่าตัดโดยใช้ใบมีดแบบดั้งเดิม

 

posterior prolapse

ภาพแสดงผนังช่องคลอดด้านหลัง
ซึ่งกั้นระหว่างลําไส้และช่องคลอดหย่อนยานและลดความแข็งแรงลง

 

การแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดทำได้ 4 วิธี คือ

1) การขมิบกล้ามเนื้อของช่องคลอด (Kegel Exercise)
  • bullet_tickซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องมีการฝึกขมิบอย่างถูกต้อง และต้องใช้เวลาขมิบนานต่อเนื่องอย่างน้อย 3-6 เดือน จึงจะได้ผลและผลที่ได้ก็มีขีดจำกัด
2) การใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบที่ไม่มีบาดแผล (Incisionless Laser Vaginal Tightening)
  • bullet_tickเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งยังไม่เคยมีการนำมาใช้ในงานศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวชมาก่อน ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช โรงพยาบาลยันฮี ถือเป็นแห่งแรกประเทศไทย ที่เปิดให้บริการทำ เลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบที่ไม่มีบาดแผล (คลิกดูรายละเอียด)
  • bullet_tickแต่อย่างไรก็ตามการทำกระชับช่องคลอดโดยวิธีนี้มีข้อจำกัด การทําเลเซอร์ชนิดนี้ควรทําในสุภาพสตรีที่มีภาวะช่องคลอดหย่อนยานไม่มากนัก เนื่องจากความกระชับที่ได้ เป็นผลมาจากพลังงานเลเซอร์จะถูกส่งไปยังบริเวณปากช่องคลอดและในช่องคลอด ทำให้เนื้อเยื่อเกิดความร้อน ทำให้คอลาเจนเกิดการหดตัวลงในทันที ส่งผลให้เยื่อบุช่องคลอดหดสั้นลงและมีความหนาขึ้น และทำให้พื้นผิวช่องคลอดลดลง–ทําให้ช่องคลอดแคบลง อีกทั้งเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอบๆช่องคลอด ซึ่งเนื้อเยื่อช่องคลอดของผู้หญิงแต่ละคนก็อาจมีการตอบสนองต่อเลเซอร์ สร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่ากัน
3) การผ่าตัดตกแต่งด้านหลังช่องคลอด (รีแพร์) (Posterior Vaginal Repair)
  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดส่วนเกินทางด้านหลังออกไปบางส่วน แล้วเย็บซ่อมแผลผ่าตัดตลอดแนวตามความยาวของช่องคลอด การผ่าตัดจะช่วยให้ภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดด้านหลังดีขึ้น และช่วยลดขนาดความกว้างของช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้น และในขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ไขภาวะลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรงหรือภาวะทวารหนักหย่อน ทั้งนี้การผ่าตัดนี้จะช่วยแก้ไขภาวะหย่อนยานของช่องคลอดให้ดีขึ้นบางส่วน แต่จะไม่สามารถแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดชนิดรุนแรงได้
4) การผ่าตัดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังช่องคลอด (Anterior Posterior Vaginal Repair)
  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน เป็นการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดส่วนเกินทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอดออกไปบางส่วน สามารถช่วยแก้ปัญหาในผู้ที่มีภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดชนิดรุนแรง อันเนื่องมาจากการคลอดบุตรหลายคน สามารถลดภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอด หรือช่วยลดขนาดช่องคลอดได้มากกว่าการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดทางด้านหลัง (รีแพร์) (Posterior Vaginal Repair) เป็นการผ่าตัดที่ช่วยในแก้ไขภาวะท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรงและทวารหนักหย่อน ด้วยวิธีการผ่าตัดนี้จะทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนดีขึ้น และในขณะเดียวกันก็ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นด้วย
การทำผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์ ) เป็นหนึ่งของการศัลยกรรมเพื่อความงาม ที่มีความซับซ้อนและละเอียดมากที่สุดชนิดหนึ่ง ที่มีการให้บริการอยู่ในปัจจุบัน โดยต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในโครงสร้างทางกายวิภาค และทักษะการผ่าตัดที่ความแม่นยำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ศัลยแพทย์โดยส่วนมากขาดประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมเพื่อความงามประเภทนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด

อ่านต่อ>>